จากความมุ่งมั่น สู่ความสำเร็จเด็ก BU-ITI คว้า 2 ใบรับรองCybersecurity ระดับสากล
ก้าวสำคัญเพื่อช่วยยืนยันความรู้เชิงทฤษฎีและทักษะเชิงปฏิบัติที่จำเป็นต่อการทำงานจริง

Mon, 29 Sep 2025  |  2068 คนอ่านบทความนี้
จากความมุ่งมั่น สู่ความสำเร็จเด็ก BU-ITI คว้า 2 ใบรับรองCybersecurity ระดับสากล

 

ขอแสดงความยินดีกับนายมโนปกรณ์  คูหาเรืองรอง (โดม่อน) นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ มุ่งเน้นวิทยาการข้อมูลและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรม สอบได้ใบรับรองมาตรฐานสากลด้าน Cyber Security ระดับสากล ถึง 2 ใบ ได้แก่ Certified CompTIA Security+ ใบรับรองมาตรฐานสากลที่ยืนยันความรู้พื้นฐานทางด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และ Certified Red Team Analyst (CRTA) จาก CyberWarfare Labs การสอบภาคปฏิบัติจริงที่ผู้สอบต้องแสดงทักษะการเจาะระบบ เพื่อทดสอบความสามารถในการค้นหาช่องโหว่และประเมินความปลอดภัยของระบบได้อย่างถูกต้อง

 

 

ชวนอ่านเรื่องราวความสำเร็จเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการค้นพบ Passion ที่ใช่ในแบบของเรา 

ทบทวนความรู้ด้วยการสอบใบ Certificate

“การสอบใบรับรองเป็นสิ่งที่ผมตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก เพราะอยากพัฒนาตัวเองให้พร้อมสำหรับการทำงานในสาย Cyber Security และใช้เป็นหลักฐานยืนยันความรู้ที่ได้เรียนมาตลอด 4 ปี ประกอบกับประสบการณ์ที่สั่งสมจากการเข้าร่วมกิจกรรมและการแข่งขันต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Capture The Flag, Hackathon หรือการอบรมเสริมทักษะทั้งที่ยังขาดและอยากต่อยอด ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย ควบคู่กับการศึกษาค้นคว้าด้วยตัวเอง เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะให้ครบถ้วนและรอบด้านพร้อมสำหรับการทำงาน”

 

 

ความสำคัญของการสอบใบ Certificate

“ในสายงาน Cyber Security ใบรับรองถือเป็นก้าวสำคัญ เพราะช่วยยืนยันว่าเรามีทั้งความรู้เชิงทฤษฎีและทักษะเชิงปฏิบัติที่จำเป็นต่อการทำงานจริง นอกจากนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจในการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง แสดงถึงความพร้อมในการทำงาน และสร้างความเชื่อมั่นให้องค์กรมั่นใจได้ว่าเรามีศักยภาพเพียงพอสำหรับการทำงานในระดับสากล”

 

 

แชร์ทริกดีๆ จากรุ่นพี่

“สิ่งสำคัญอันดับแรกคือพื้นฐานความรู้จากการเรียนในห้อง โดยเฉพาะเวลาที่ได้อธิบายหรือแบ่งปันสิ่งที่เรียนให้เพื่อนๆ ฟัง เพราะทำให้เราเข้าใจเนื้อหาได้มากยิ่งขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเสริมด้วยการค้นคว้าด้วยตัวเองควบคู่ไปด้วย และสิ่งที่แนะนำอีกอย่าง คือ การหาประสบการณ์เพิ่มเติมผ่านกิจกรรมหรือการแข่งขันต่างๆ สำหรับผมที่สนใจด้าน Cyber Security อยากแนะนำให้ลองเข้าร่วมการแข่งขัน Capture The Flag, Hackathon หรือการเข้าร่วมเวิร์กชอปต่างๆ ที่ช่วยเสริมทักษะที่เรายังขาดอยู่ เพราะสนามจริงเหล่านี้ทำให้เราได้เจอโจทย์ที่หลากหลายและฝึกการคิดวิเคราะห์ในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน โดยการเข้าร่วมไม่จำเป็นต้องหวังรางวัลเสมอไป แต่ควรใช้เป็นโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาตัวเองมากกว่า อีกทั้งทักษะที่ขาดไม่ได้เลย คือ ภาษาอังกฤษ แม้ผมจะไม่ใช่คนที่เก่งภาษาอังกฤษ แต่การฝึกอ่าน Text Book และการได้ร่วมกิจกรรมกับเพื่อนต่างชาติทำให้ผมเข้าใจภาษาอังกฤษได้มากขึ้น สุดท้ายเรื่องการสอบใบรับรอง ผมมองว่าเราสามารถสอบตอนไหนก็ได้ ไม่มีคำว่าสาย แต่สิ่งที่ควรถามตัวเองคือ เราพร้อมหรือยังและเราสอบไปเพื่ออะไร เพราะคำตอบเหล่านี้จะเป็นเหตุผลและแรงผลักดันที่แท้จริงในการสร้างโอกาสใหม่ๆ และเดินตามเป้าหมายที่วางไว้”

 

 

ใบรับรอง Certified CompTIA Security+ เป็นใบรับรองสากลที่ใช้วัดความรู้พื้นฐานด้านความปลอดภัยไซเบอร์ ครอบคลุมเรื่องการป้องกันเครือข่าย การรักษาข้อมูล และการจัดการความเสี่ยง โดยข้อสอบจะเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ซึ่งใบรับรองมีอายุ 3 ปี และต้องสอบใหม่เมื่อหมดอายุ ช่วงที่เหมาะในการสอบคือ ปี 4 เทอม 1 เพราะสามารถนำผลสอบไปใช้ต่อยอดได้ทันทีทั้งในการฝึกงานและสมัครงาน อีกทั้งยังเป็นช่วงที่สามารถใช้ความรู้ที่สั่งสมมาตลอด 4 ปีได้อย่างเต็มที่

 

 

ใบรับรอง Certified Red Team Analyst (CRTA) เป็นการสอบภาคปฏิบัติที่ใช้เวลา 
6 ชั่วโมง ผู้เข้าสอบต้องแสดงทักษะด้านการเจาะระบบ โดยเริ่มจากการค้นหาช่องโหว่ วิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหา และเลือกวิธีการที่เหมาะสมเพื่อลงมือเจาะระบบจริง เป้าหมาย คือ การพิสูจน์ให้ได้ว่าสามารถเข้าถึงหรือใช้ช่องโหว่นั้นได้จริงในสถานการณ์จำลอง ซึ่งเป็นการทดสอบทักษะเชิงลึกและความสามารถในการแก้ปัญหาแบบรอบด้านของผู้สอบ

 


ข่าวสารและบทความ
ขอแสดงความยินดีกับ 3 นักศึกษาคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรม ได้แก่ นายชณชล พลเขตรกิจ (คิว) สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ นายสวัสดิไชย อมรประดับกุล (เจเจ) สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ และนายจิรวัฒน์ ดามัง (เปรียว) สาขาเกมและสื่อเชิงโต้ตอบ ที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ KAIT Technical Internship Program ณ Kanagawa Institute of Technology ประเทศญี่ปุ่น ภายใต้ทุนการศึกษาจาก Japan Student Services Organization (JASSO)  โครงการที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ก้าวออกจากห้องเรียน สู่การเรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริงในห้องปฏิบัติการ พร้อมพัฒนาผลงานวิจัยร่วมกับคณาจารย์และนักศึกษาจากประเทศญี่ปุ่น
นักศึกษา BU-ITI มุ่งสู่ญี่ปุ่น คว้าโอกาสร่วม KAIT Technical Internship Program พัฒนางานวิจัยในระดับห้อง Lab จริง 

นักศึกษา BU-ITI 3 คนได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ KAIT Technical Internship Program ที่ญี่ปุ่น ภายใต้ทุน JASSO เพื่อพัฒนางานวิจัยด้านหุ่นยนต์และไซเบอร์ซีเคียวริตี้ในห้องแล็บจริง
มหาวิทยาลัยกรุงเทพชวนเปิดประสบการณ์โลกอนาคตในงาน  BU Open House 2026 “LEAD THE NEXT WORLD ก้าวนำโลกอนาคต ไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ” วันที่ 4-5 กันยายน 2569 เปิดพื้นที่ให้น้องๆ ได้ลองคิด ลองทำ และลองใช้เทคโนโลยีจริง ผ่านกิจกรรมสุดล้ำจากหลากหลายคณะ พร้อมเวทีแข่งขันระดับประเทศที่รวมพลังไอเดียของเยาวชนไทยไว้ในงานเดียว
BU Open House 2026 ก้าวนำโลกอนาคตไปกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ 

เปิดประสบการณ์โลกอนาคตที่ไม่ได้มีแค่ให้ดู แต่ชวนให้น้องๆ ได้ลองคิด ลองทำ และลงมือจริง ใน BU Open House 2026 พื้นที่ที่ทุกไอเดียอาจต่อยอดสู่สกิลและอาชีพในอนาคต
<p><strong>อัปเลเวลเรียนเกม โอกาสงานกว้างขึ้น NEW สาขาเกมและเทคโนโลยีเชิงโต้ตอบอัจฉริยะ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรม</strong></p>
อัปเลเวลเรียนเกม โอกาสงานกว้างขึ้น NEW สาขาเกมและเทคโนโลยีเชิงโต้ตอบอัจฉริยะ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรม

เปิดโอกาสให้น้อง ๆ ที่สนใจด้านเกม ที่สนใจด้านเกม เทคโนโลยี และงานสร้างสรรค์ได้เริ่มเรียนรู้ตั้งแต่พื้นฐาน ค่อย ๆ พัฒนาทักษะผ่านการลงมือทำจริง และเลือกต่อยอดในสายที่ตนเองถนัด
Image Cosmetic
การสมัครเรียน
คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรม
คำถามที่พบบ่อย
หลักสูตรต้นแบบจาก IEEE และ ACM มุ่งผลิต Full Stack Developer ครบทั้ง Front-end, Back-end และ DevSecOps
มี Work Integrated Learning 1 ปีกับบริษัทชั้นนำกว่า 100 บริษัท พร้อมโอกาสได้งานทันทีหลังฝึก
สอบ Certificate สากลได้ ทั้ง AWS, Google Cloud และ Microsoft Cloud
ร่วมโครงการ Huawei Seeds for the Future และโครงการแลกเปลี่ยนประเทศญี่ปุ่น (SYEP)
สามารถกู้ กยศ. ลักษณะที่ 2 ได้ เนื่องจากเป็นสาขาที่เป็นความต้องการหลักของประเทศ
ทำงานเป็น Full Stack Developer, Software Engineer, DevOps/Cloud Engineer, Back-end Developer หรือ Front-end Developer ในบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ
ครบ 3 ด้าน ได้แก่ Game Development, Game Art และ Game Design รวมถึง VR/AR
มีวิทยากรจาก Garena และ Yggdrazil ซึ่งเป็นบริษัทเกมและ VFX ชั้นนำในภูมิภาค
แลกเปลี่ยนวิชาการกับมหาวิทยาลัยชั้นนำในญี่ปุ่น ได้แก่ Ritsumeikan University, Kanagawa Institute of Technology และ Ryukoku University
มีโอกาสเผยแพร่ผลงานเกมสู่ Steam และ Store ระดับสากล ทำให้มี Portfolio จริงก่อนจบ
อุตสาหกรรมเกมเติบโตมากกว่า 20% ต่อปี ทำให้มีตลาดงานที่กว้างและโอกาสทางอาชีพสูง
เรียน 2 ทักษะที่ตลาดต้องการสูงควบคู่กัน คือ Data Science และ Cybersecurity
ร่วมผลิตกับ G-Able (ด้าน Data Science) และ NCSA — สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (ด้าน Cybersecurity)
ครอบคลุม Certificate ระดับสากล ได้แก่ CompTIA, Pentest+ และ Security+
มีห้อง LAB เฉพาะ Cybersecurity สำหรับฝึกทักษะด้านการทดสอบเจาะระบบและรักษาความปลอดภัย
มีทุนผู้ช่วยนักวิจัยจาก KAIT (ญี่ปุ่น) และโอกาสต่อ ป.โท ที่ญี่ปุ่น รวมถึงพันธมิตรกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ
การเตรียมตัว
ใช้เกรดเฉลี่ยสะสม 4 ภาคการศึกษาขึ้นไป ยื่นสมัครเรียนได้ทันที