
มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ร่วมกับ ชุมชนนวัตวิถีคลองสาม จังหวัดปทุมธานี จัดพิธีส่งมอบโครงการพัฒนาระบบอบแห้งกล้วยตากอัจฉริยะ ภายใต้โครงการบริการวิชาการเพื่อพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2567–2568 โดยมี ดร.ถิรพล วงศ์สอาดสกุล ผู้ช่วยอธิการบดีสายวิชาการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เป็นผู้แทนมหาวิทยาลัยส่งมอบโครงการให้แก่ คุณรุ่งนภา แก้วธรรม ประธานศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงหมู่ที่16 ตำบลคลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยโครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจาก Education and Innovation Support Alliance (EISA) และ ThaiBev เพื่อร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนผ่านองค์ความรู้และนวัตกรรมอย่างยั่งยืน

โครงการดังกล่าวเป็นการบูรณาการองค์ความรู้จากกว่า 8 คณะครอบคลุมทั้งด้านเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนอย่างรอบด้าน เช่น Green Living Lab – การออกแบบเส้นทางท่องเที่ยว One Day Trip, เมนูอาหารจากวัตถุดิบพื้นถิ่น, Service Design, และการใช้ภาษาอังกฤษในชุมชน โดย คณะมนุษยศาสตร์และการจัดการการท่องเที่ยวBusiness Cluster – ร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ขึ้นชื่อ ได้แก่ กล้วยตาก, ขนมตาล และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ทางโครงการฯ ยังได้ร่วมทำ workshop เพื่อให้ความรู้ทางด้าน การตลาดทั้ง offiline และ Online, การทำบัญชีและคิดเรื่องต้นทุนกำไร, และกฎหมายเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้าต่างๆ เพื่อให้นำความรู้นี้สร้างความยั่งยืนทางด้านการเงินและคุณภาพชีวิตให้กับชุมชน โดย คณะบัญชี, คณะบริหารธุรกิจ, คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและบริหารกิจการ และคณะนิติศาสตร์ ด้านโครงการพัฒนาภูมิทัศน์ชุมชนนวัตวิถีคลอง 3 ที่เป็นการออกแบบป้ายและ infographic สองภาษาสำหรับชุมชน โดย คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ การใช้โดรนเพื่อสร้างโมเดลแผนที่สามมิติ โดยใช้เทคโนโลยีโดรน UAV และ 3D Mapping โดย คณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ ทำให้ประชาชนมีอาชีพและมีรายได้เพิ่มขึ้น สามารถช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกกล้วย สามารถกระจายผลผลิตได้ในพื้นที่ผลผลิตกล้วยตากจากการตากในตู้สร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในด้านของความสะอาด

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือการพัฒนา ระบบอบแห้งกล้วยตากแบบผสมผสานด้วยพลังงานแสงอาทิตย์และระบบควบคุมอัจฉริยะ โดยความร่วมมือระหว่างคณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรม ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ปัญหาจริงของชุมชน จากเดิมที่โรงเรือนอบแห้งไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิและความชื้นได้ ส่งผลให้เกิดเชื้อราและความเสียหายทางเศรษฐกิจระบบที่พัฒนาขึ้นมีคุณสมบัติเด่น ได้แก่ การใช้พลังงานโซลาร์เซลล์เป็นแหล่งพลังงานหลัก การติดตั้งเซนเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิและความชื้นแบบอัตโนมัติ ระบบ IoT ที่สามารถรายงานข้อมูลแบบเรียลไทม์ และหน้าจอแสดงผลเพื่อความสะดวกในการใช้งาน โดยตั้งเป้าลดความเสียหายของผลิตภัณฑ์กล้วยตากไม่น้อยกว่าร้อยละ 80

โครงการนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ได้แก่ SDG 7 พลังงานสะอาด SDG 9 นวัตกรรม และ SDG 12 การผลิตที่ยั่งยืน พร้อมทั้งสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในการนำองค์ความรู้สู่การใช้ประโยชน์จริงในสังคม นับเป็นความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ และชุมชนในครั้งนี้ นับเป็นต้นแบบสำคัญของการพัฒนาชุมชนเชิงบูรณาการ ที่ไม่เพียงช่วยสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ แต่ยังเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง และสามารถต่อยอดขยายผลสู่ชุมชนอื่นในอนาคตได้อย่างยั่งยืน
