
ตอกย้ำความเป็นเลิศด้านความคิดสร้างสรรค์โชว์ไอเดียตอบโจทย์โดนใจขอแสดงความยินดีกับนักศึกษาคณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ ในนามทีมผ้าไหม๊ รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน 100,000 บาทและรับเงินรางวัลพิเศษอีก 30,000 บาท และนักศึกษาหลักสูตร Financial and Investment Planning ในนามทีมรำฮันท์ รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน 100,000 บาท เพื่อพัฒนาผลงานสู่รอบชิงชนะเลิศ โดยทั้งสองทีมผ่านเข้ารอบเป็น 10 ทีมสุดท้าย จากการประกวดโครงการฮักแม่ Hackathon

สมาชิกทีมผ้าไหม๊: นางสาวจุฑามาศ ฉ่ำมาก, นางสาวพิมพ์ธาดา ชาญอนุเดช, นางสาวพิมพ์นิภา วทัญญู, นางสาววนัสการย์ ธนาอัครไพศาล และนางสาวสุภกร แซ่ตั้ง

สมาชิกทีมรำฮันท์: นางสาวชนัญชิดา ไชยบุตร, นางสาวอภิญญา นุชหมอน, นางสาวพิชญธิดา เมืองจวง, นางสาวนิพาดา อ่ำเอี่ยม และนางสาวรมณ ไอเฟล จิระชัยโสภณ

การประกวด “โครงการ ฮักแม่ Hackathon: สืบสานมรดกแม่แห่งแผ่นดิน สู่เศรษฐกิจชุมชน” แนวคิดนวัตกรรมเพื่อพัฒนาชุมชนไทย โดยน้อมนำ พระราชกรณียกิจและพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มาประยุกต์ใช้ผ่านกระบวนการ นวัตกรรม เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์เพื่อสร้างประโยชน์ต่อ สังคม ชุมชน และการใช้ชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน โดยเวทีนี้เป็นการแข่งขันระดับประเทศ มีทีมสมัครเข้าร่วมทั้งหมด 126 ทีมจากทั่วประเทศ คัดเลือกเข้าในรอบ Bootcamp เพียง 21 ทีมผ่านเข้าร่วมกิจกรรม Coaching จาก Mentor ผู้เชี่ยวชาญของโครงการ และคัดเลือกเป็น 10 ทีมสุดท้ายเพื่อพัฒนาผลงานสู่รอบชิงชนะเลิศ
ไอเดียบันดาลใจ

ทีมผ้าไหม๊ เล่าว่า “จุดเริ่มต้นของไอเดียมาจากการมองเห็น ‘ของดีประจำจังหวัด’ ผ่านเพื่อนในทีมที่มาจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งได้หยิบยก ‘ผ้าไหมพุมเรียง’ ผ้าทอประจำจังหวัดแต่กำลังเลือนหาย มาต่อยอดเป็นแนวคิดในการอนุรักษ์และพัฒนาให้เข้ากับคนรุ่นใหม่จากการลงพื้นที่ ทีมพบว่าปัญหาไม่ได้อยู่แค่การรับรู้ แต่เป็นปัญหาเชิงระบบ ทั้งจำนวนช่างทอที่ลดลง การเข้าถึงของผู้บริโภค และข้อจำกัดในการใช้งานในชีวิตประจำวัน ทีมจึงออกแบบแนวทางแก้ปัญหาอย่างเป็นโครงสร้าง โดยประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐเพื่อสร้างการรับรู้และส่งเสริมการสวมใส่ ควบคู่กับการติดต่อและสนับสนุนช่างทอเพิ่มเติม เพื่อรักษาและต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นในด้านผลิตภัณฑ์ ทีมพัฒนาแบรนด์ ‘Phum’ เพื่อนำผ้าไหมมาประยุกต์ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์มากขึ้น เช่น เสื้อผ้า กางเกง และเครื่องประดับ รวมถึงพัฒนาเว็บไซต์ที่เปิดให้ลูกค้าสามารถเลือกและคัสตอมโทนสีได้ในอนาคต ทีมมีแผนต่อยอดด้วยการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการจำลองการสวมใส่ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ และพัฒนา Photo Booth เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ในการเข้าถึงผ้าไหมพุมเรียง”

ทีมรำฮันท์ เล่าว่า “พวกเราคิดจากปัญหาที่พบเจอว่าเหมือนคนรุ่นใหม่ไม่ค่อยรู้จักและไม่ค่อยได้เข้าถึงการรำ หรือรู้ว่าการรำเป็นศิลปะการเคลื่อนไหวร่างกายตามจังหวะดนตรีหรือความเป็นมาเกี่ยวกับการรำเลย จึงเป็นจุดเริ่มไอเดียนำมาต่อยอดในหัวข้อ Creativity –วัฒนธรรม ภูมิปัญญา และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ มาคิดต่อว่าจากท่ารำที่ดูสวยงามสามารถมาต่อยอดเป็นอะไรให้เกิดประโยชน์บ้าง”
ผลงานสุดภูมิใจ

ทีมผ้าไหม๊ เล่าว่า “ผลงานนี้พวกเราตั้งใจลงดีเทลลึกถึงขนาดลงพื้นที่เก็บข้อมูลเพื่อให้รู้ถึงปัญหาและการเข้าถึงการสื่อสารเผยแพร่จะทำยังไงให้คนได้รู้จักมากขึ้น การเก็บรายละเอียดและลงพื้นที่สัมภาษณ์ช่างทอผ้า ได้ข้อมูลเบื้องลึกที่หาไม่ได้จากอินเทอร์เน็ต เช่น เทคนิคการทอและเรื่องราวเบื้องหลัง ทำให้เรามีคลังข้อมูลเยอะมาก จึงรู้ว่าควรต่อยอดที่เน้นนวัตกรรมและเทคโนโลยี ทีมพัฒนาระบบหลังบ้านเพื่อจัดการสต็อกสินค้าให้ชุมชน และสร้างเว็บไซต์เป็นช่องทางประชาสัมพันธ์และจำหน่ายสินค้าให้รู้จักวงกว้าง ถือเป็นสิ่งที่สร้างความประทับใจแก่กรรมการ จุดเด่นคือความคิดสร้างสรรค์ แตกต่างจากทีมที่เน้นเทคโนโลยีหรือวิชาการ”

ทีมรำฮันท์ เล่าว่า “ผลงานนี้พวกเราเริ่มจากความท้าทายที่ทุกคนต่างคิดไม่ถึงว่าพวกเราจะทำ นั่นคือการทำเกมและเป็นเกมต่อสู้ด้วยท่าทางรำที่นำมาประกอบในเกมให้เกิดการจดจำเรียนรู้และที่สำคัญสนุกไม่น่าเบื่อสร้างประสบการณ์แบบใหม่ที่ตื่นเต้น ผลิตเกมที่เป็น VR จากไอเดียตอนนี้ต่อยอดเป็นแบบเดโม ถ้ามีโอกาสพวกเราอยาผลักดันให้เป็นที่มีเล่นได้ทั่วไปเล่นได้ทุกเพศทุกวัย”
ประสบการณ์ที่คุ้มค่า

ทีมผ้าไหม๊ เล่าว่า “สิ่งได้กลับมาเลยคือเรื่องของการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าก่อนนำเสนอ 1 ชั่วโมง สไลด์บางส่วนหายไป ทีมแก้สถานการณ์ด้วยการแบ่งเนื้อหาจำสดและนำเสนอได้ราบรื่น แสดงความสามารถในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ทันที นอกจากนี้ได้พบผู้คนเก่งๆ หลากความสามารถ ได้สร้างคอนเนคชั่นกับโค้ชผู้เชี่ยวชาญ และได้รับคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ เป็นโอกาสก้าวออกจากเซฟโซน ค้นพบว่าตนมีศักยภาพมากกว่าที่คิด ที่สำคัญคือการนำความรู้มาใช้จริง เรียนรู้ว่าความรู้ในมหาวิทยาลัย แม้บางครั้งคิดว่าไม่ได้ใช้ สุดท้ายแล้วล้วนเป็นประโยชน์และประยุกต์ใช้ได้จริง ทำให้เห็นคุณค่าของสิ่งที่เรียน”

ทีมรำฮันท์ เล่าว่า “พวกเรา 5 คนต่างเคยมาจากคนละทีมด้วยโปรเจกต์นี้ทำให้ได้มารวมทีมกันด้วยความตั้งใจที่เรามุ่งมั่นเพื่อโปรเจกต์นี้และมีความเชื่อที่อยากให้ผลงานของเราได้เป็นผลงานที่สามารถทำได้จริงเล่นได้จริง ไม่ใช่แค่ทำให้จบไปกับโครงการ เราต่างแบ่งความรับผิดชอบที่มีการแบ่งหน้าที่ถึงขนาดแบ่งทีมทำนิติการ ทีมทำไฟแนนซ์ หรือรวมถึงทีมที่ดูแลครีเอทีฟ ฝ่ายศิลป์ สิ่งที่เหล่านี้คือการทำงานแบบมืออาชีพเราให้งานกลุ่มเป็นงานมืออาชีพที่ต้องยอมรับว่าท้าทายมาก แต่น่าภูมิใจเช่นกัน เราจะเป็นทีมที่คุยกันทุกเรื่อง รับฟังความเห็นกันโยนสิ่งที่คิดมาแขร์กันและปรับให้ตรงกัน จะไม่โกรธหรือโทษกันหากไม่ตรงกันเพราะเราไม่ได้ทำเพื่อคนใดคนหนึ่ง เราทำเพื่อทีมเพื่อโปรเจ็กต์ที่ยิ่งใหญ่นี้”