Featured Stories
ข่าวสารและบทความ — จากห้องเรียนสู่เวทีนานาชาติ นักศึกษา BU พัฒนาเกมฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1
จากห้องเรียนสู่เวทีนานาชาติ
นักศึกษา BU พัฒนาเกมฟื้นฟู
ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง
คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1

ความรู้ด้านเทคโนโลยีอาจไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสร้างโปรแกรมหรือพัฒนาซอฟต์แวร์ แต่ยังสามารถนำมาต่อยอดเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนได้จริง เช่นเดียวกับผลงานของ 2 นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิชาวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์และวิทยาการข้อมูล นางสาวยลวรี กาญจะแสน และนางสาวจูเลีย อือรึเยอลา (นักศึกษาทุน BU Creative รุ่น 67) ที่นำความรู้ด้านเทคโนโลยีมาผสานเข้ากับศาสตร์การฟื้นฟูสุขภาพ จนสามารถ คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จากการแข่งขันพัฒนานวัตกรรมเพื่อการฟื้นฟูผู้ป่วยในงาน NTU Hackathon: Innovating Functional Recovery โดยร่วมมือระหว่าง Nanyang Technological University (NTU Singapore) กับ Klongdinsor สะท้อนให้เห็นแนวทางของสาขาวิชาวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์และวิทยาการข้อมูล ที่ไม่ได้เน้นเพียงการเรียนรู้เทคโนโลยีในห้องเรียน แต่ส่งเสริมให้นักศึกษานำความรู้ด้าน AI, Data, Sensor และ Software ไปประยุกต์ใช้กับโจทย์จริงที่สร้างประโยชน์ต่อสังคม
การแข่งขันนี้เปิดโอกาสให้เยาวชนอายุ 18 ปีขึ้นไป ร่วมพัฒนาแนวคิดและนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการฟื้นฟูผู้ป่วยจริง โดยมีผู้สมัครเข้าร่วมกว่า 200 ทีมจากหลากหลายสถาบัน ก่อนจะผ่านกระบวนการคัดเลือกเหลือเพียง 50 ทีมเข้าสู่รอบแข่งขัน

จุดเริ่มต้นของการแข่งขัน
จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นจากการที่นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิชาวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์และวิทยาการข้อมูล ทั้ง 2 คน ชอบติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการแข่งขันและโครงการพัฒนานวัตกรรมอยู่เสมอ เมื่อเห็นประกาศรับสมัครจึงตัดสินใจชวนกันส่งผลงานเข้าร่วม ถึงจะไม่ได้คาดหวังถึงรางวัลใหญ่ แต่ต้องการใช้เวทีนี้เป็นพื้นที่เรียนรู้และทดสอบศักยภาพของตัวเอง


โดยในรอบคัดเลือกผู้เข้าแข่งขันได้รับโจทย์กว้างๆ คือการออกแบบนวัตกรรมที่ช่วยฟื้นฟูผู้ป่วย โดยสามารถนำเสนอได้ทั้งในรูปแบบอุปกรณ์ แอปพลิเคชัน หรือผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพ ทีมจึงเริ่มศึกษาปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในปัจจุบัน และมองเห็นว่าปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจและสมรรถภาพปอดกำลังได้รับความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะจากผลกระทบของมลภาวะทางอากาศและฝุ่น PM2.5 “จากแนวคิดนี้พวกเราได้พัฒนา AirLift เครื่องช่วยบริหารปอดอัจฉริยะ ซึ่งต่อยอดจากอุปกรณ์บริหารปอดแบบดั้งเดิมที่ใช้ลูกบอลเป็นตัววัดแรงเป่า โดยปรับเปลี่ยนมาใช้เซ็นเซอร์วัดแรงดันลมหายใจแทน ทำให้สามารถบันทึกและติดตามผลการฝึกได้อย่างแม่นยำมากขึ้นผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟนค่ะ”

นอกจากตัวอุปกรณ์แล้ว ทีมยังออกแบบระบบเกมเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้ป่วยฝึกบริหารปอดอย่างต่อเนื่อง “พวกหนูเชื่อว่าการเปลี่ยนกิจกรรมการฟื้นฟูที่อาจดูน่าเบื่อให้กลายเป็นประสบการณ์ที่สนุกและมีเป้าหมายจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาและทำให้ผู้ป่วยมีส่วนร่วมกับกระบวนการฟื้นฟูมากขึ้นค่ะ”

เตรียมใจพร้อมเข้าสู่รอบการแข่งขันจริง
เมื่อเข้าสู่รอบแข่งขันจริง รูปแบบการแข่งขันกลับท้าทายกว่าที่คิด เนื่องจากมีโจทย์ใหม่ให้ผู้เข้าแข่งขันออกแบบเกมเพื่อช่วยฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง หรือ Stroke ซึ่งเป็นหนึ่งในโรคร้ายแรงที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยจำนวนมากทั่วโลก โดยเป็นการใช้ Sensor ต่อกับ Game Controller (Plakod) เพื่อใช้ควบคุมในการเล่นเกมให้กับผู้ป่วย

“การแข่งขันจัดขึ้นเป็นเวลา 2 วัน โดยวันแรกได้รับการอบรมอย่างเข้มข้นจากผู้เชี่ยวชาญด้านกายภาพบำบัด บุคลากรทางการแพทย์ และผู้ป่วยจริง เพื่อทำความเข้าใจธรรมชาติของโรค แนวทางการฟื้นฟู และข้อจำกัดในการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วยแต่ละระดับ รวมถึงได้เรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีเซ็นเซอร์รูปแบบต่างๆ ตั้งแต่เซ็นเซอร์วัดองศาการเคลื่อนไหว สวิตช์ตรวจจับการเคลื่อนไหว ไปจนถึงระบบแสงและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบเกมเพื่อการฟื้นฟูร่างกาย”


“หนึ่งในกิจกรรมสำคัญคือการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ป่วยจากวิดีโอจริง ซึ่งพวกเราต้องสังเกตรายละเอียดของการเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นการยกแขน การหักข้อมือ การกำมือ หรือการหยิบจับสิ่งของ เพื่อทำความเข้าใจว่าผู้ป่วยแต่ละคนมีข้อจำกัดแตกต่างกันอย่างไรค่ะ” นักศึกษาอีกคนเสริมว่า “ก่อนหน้านี้เราไม่เคยมีพื้นฐานด้านการแพทย์เลย เรามองแค่ว่าผู้ป่วยยกแขนได้ก็คือดีขึ้นแล้ว แต่พอได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญจริงๆ จึงรู้ว่ารายละเอียดเล็กๆ อย่างการกำมือ การหมุนข้อมือ หรือองศาการเคลื่อนไหว ล้วนเป็นข้อมูลสำคัญในการประเมินการฟื้นตัวของผู้ป่วยค่ะ”


วันที่ 2 ลงมือออกแบบเกมจริง
หลังจากได้รับโจทย์และองค์ความรู้ครบถ้วนแล้ว วันที่ 2 ของการแข่งขันจึงเป็นช่วงเวลาสำหรับการลงมือพัฒนาผลงานจริงภายในเวลาจำกัด “ในฐานะนักศึกษาวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์และวิทยาการข้อมูล พวกเราเลือกออกแบบเกมสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่สามารถกลับไปฟื้นฟูร่างกายต่อที่บ้านได้ โดยมุ่งเน้นการบริหารข้อมือ แขน และหัวไหล่ ผ่านการใช้อุปกรณ์เซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว โดยแนวคิดของเกมได้รับแรงบันดาลใจจากเกมแนวเก็บผลไม้ที่คนทั่วไปคุ้นเคย ผู้เล่นจะต้องควบคุมดาบให้ฟันผลไม้และหลบสิ่งกีดขวางผ่านการเคลื่อนไหวของแขนและข้อมือ ซึ่งแต่ละท่วงท่าถูกออกแบบให้สอดคล้องกับหลักการกายภาพบำบัด เกมนี้จะช่วยเปลี่ยนการทำกายภาพบำบัดจากกิจกรรมที่ต้องทำซ้ำๆ ให้กลายเป็นกิจกรรมที่สนุก มีเป้าหมาย และสามารถติดตามพัฒนาการของผู้ป่วยได้อย่างต่อเนื่องค่ะ”

ประสบการณ์ที่ได้รับมากกว่ารางวัลที่ได้
ถึงแม้ว่าทั้ง 2 คนจะไม่เคยพัฒนาเกมมาก่อน แต่ด้วยการเรียนรู้และทำงานอย่างเข้มข้นตลอดการแข่งขัน ทำให้ทีมสามารถสร้างต้นแบบเกมด้วยโปรแกรม Unity ได้ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งวัน “นอกจากความภาคภูมิใจในรางวัลที่ได้รับแล้ว พวกเรามองว่าประสบการณ์ที่มีค่าที่สุดคือการได้เรียนรู้จากปัญหาจริง ได้รับฟังมุมมองจากผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา ซึ่งช่วยเปิดโลกทัศน์ใหม่เกี่ยวกับการออกแบบเทคโนโลยีเพื่อมนุษย์ค่ะ”

ฝากถึงทกุคนที่อยากลองเข้าแข่งขัน
ปิดท้ายด้วยการฝากถึงเพื่อนๆที่สนใจเข้าร่วมการแข่งขันหรือพัฒนานวัตกรรมว่า “หลายครั้งเราอาจรู้สึกว่าตัวเองยังไม่เก่งพอหรือยังไม่พร้อม แต่ถ้าไม่ลอง เราก็จะไม่มีวันรู้ว่าทำได้หรือไม่ ทุกการแข่งขันคือโอกาสในการเรียนรู้ ไม่ว่าจะได้รับรางวัลหรือไม่ก็ตาม สิ่งที่ได้กลับมาคือประสบการณ์ ความรู้ และมุมมองใหม่ๆ ที่สามารถนำไปต่อยอดได้ในอนาคต”

ความสำเร็จครั้งนี้จึงไม่เพียงสะท้อนศักยภาพของนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิชาวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์และวิทยาการข้อมูลรุ่นใหม่ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงพลังของการเรียนรู้ข้ามศาสตร์ ที่สามารถนำองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีมาสร้างประโยชน์ให้กับสังคมและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนได้อย่างเป็นรูปธรรม

แห่งการเรียนรู้
ไปกับ
มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
ให้เราช่วยเลือกหลักสูตร คณะ สาขาหรือต้องการติดต่อกับเรา
ข้อมูลการศึกษา
ข้อมูลการสมัคร
ติดต่อมหาวิทยาลัย