Featured Stories
ข่าวสารและบทความ — อาจารย์ที่ไม่หยุดตั้งคำถาม เปลี่ยนโจทย์ ESG สู่งานวิจัย AI คว้ารางวัลระดับนานาชาติ
อาจารย์ที่ไม่หยุดตั้งคำถาม เปลี่ยนโจทย์ ESG สู่งานวิจัย AI คว้ารางวัลระดับนานาชาติ

เมื่อข้อมูล ESG กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของนักลงทุน แต่การรวบรวมและประเมินข้อมูลจากรายงานจำนวนมากยังต้องอาศัยทั้งเวลาและผู้เชี่ยวชาญ คำถามง่ายๆ ว่า AI จะช่วยให้กระบวนการนี้รวดเร็ว โปร่งใส และอธิบายผลได้มากขึ้นหรือไม่ จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของงานวิจัยที่พา ดร.ปริษา จินดาหลวง อาจารย์ประจำคณะบัญชี มหาวิทยาลัยกรุงเทพ คว้า Runner-up Award จากโครงการ Capital Market Research Award in Equity Market

จากโจทย์ในตลาดทุน สู่จุดเริ่มต้นของงานวิจัย
เบื้องหลังผลงานวิจัยชิ้นนี้ เริ่มจากความสนใจของ ดร.ปริษา ในด้าน ESG การรายงานข้อมูลเพื่อความยั่งยืน ตลาดทุน และการประยุกต์ใช้ AI กับงานบัญชีและการเงิน โดยมองเห็นว่าข้อมูล ESG ของบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบข้อความและกระจายอยู่ในรายงานหลายประเภท ทำให้การรวบรวมและประเมินข้อมูลใช้ทั้งเวลาและดุลยพินิจของผู้เชี่ยวชาญ จึงเกิดแนวคิดในการนำ AI มาช่วยอ่าน วิเคราะห์ และประเมินข้อมูลให้มีความเป็นระบบ ลดภาระการทำงาน และตอบโจทย์การใช้งานในตลาดทุนไทย

AI-Driven ESG Disclosure Scoring งานวิจัยที่ต่อยอดสู่การใช้งานจริง
ดร.ปริษา เล่าว่าผลงานวิจัยชื่อ AI-Driven ESG Disclosure Scoring for Thai Listed Firms ศึกษาข้อมูลบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจำนวน 541 บริษัท ระหว่างปี 2565–2567 โดยใช้ Large Language Models (LLMs) ดึงข้อมูล ESG จากข้อความ ใช้ Machine Learning พยากรณ์คะแนนการเปิดเผยข้อมูล และใช้ Explainable AI อธิบายปัจจัยที่ส่งผลต่อคะแนน เพื่อพัฒนาแนวทางประเมิน ESG ที่มีความเป็นระบบและตรวจสอบได้ ผลการวิจัยพบว่า โมเดลสามารถอธิบายคะแนนการเปิดเผยข้อมูล ESG ได้ในระดับสูง โดยมีค่า R² เท่ากับ 0.82 และมีประสิทธิภาพดีกว่าวิธีวิเคราะห์แบบดั้งเดิม อีกทั้งยังสามารถต่อยอดเป็น Dashboard เพื่อช่วยให้นักลงทุน หน่วยงานกำกับดูแล และบริษัทจดทะเบียนนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ได้จริง

จุดเด่นที่สร้างการยอมรับให้กับงานวิจัย
ความโดดเด่นของผลงานอยู่ที่การบูรณาการองค์ความรู้ด้านการบัญชี ตลาดทุน ESG และ AI เข้าด้วยกัน พร้อมใช้ข้อมูลจริงของบริษัทจดทะเบียนไทยจำนวน 541 บริษัท ทำให้ผลการศึกษาสะท้อนบริบทของตลาดทุนไทยได้อย่างครอบคลุม ขณะเดียวกัน โมเดลที่พัฒนาขึ้นไม่ได้ทำหน้าที่เพียงให้คะแนน แต่ยังอธิบายได้ว่าปัจจัยใดส่งผลต่อผลการประเมิน ช่วยให้การนำ AI มาใช้ในตลาดทุนมีความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผลงานได้รับรางวัลในครั้งนี้

มากกว่ารางวัล คือการต่อยอดองค์ความรู้
สำหรับ ดร.ปริษา รางวัล Runner-up Award เป็นทั้งกำลังใจและเครื่องยืนยันว่า งานวิจัยสามารถสร้างคุณค่าให้กับวงการวิชาการและตลาดทุนได้จริง ขณะเดียวกัน การทำวิจัยยังช่วยให้นำองค์ความรู้และประสบการณ์จริงกลับไปถ่ายทอดให้นักศึกษาเห็นว่า สิ่งที่เรียนในห้องสามารถต่อยอดสู่การแก้ปัญหาและสร้างประโยชน์ให้กับภาคธุรกิจได้ นอกจากนี้ ความสำเร็จครั้งนี้ยังเกิดจากการสนับสนุนของมหาวิทยาลัยกรุงเทพและคณะบัญชี ทั้งด้านนโยบาย การส่งเสริมการทำวิจัย การเข้าร่วมเวทีวิชาการ และการเปิดโอกาสให้บูรณาการองค์ความรู้ข้ามศาสตร์อย่างต่อเนื่อง

งานวิจัยที่ดี เริ่มต้นจากการมองเห็นปัญหาที่แท้จริง
ดร.ปริษา ฝากถึงนักวิจัยรุ่นใหม่ว่า การทำวิจัยควรเริ่มต้นจากการมองเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริง มากกว่าการตั้งต้นว่าจะใช้สถิติหรือเทคโนโลยีใด พร้อมเปิดใจเรียนรู้ศาสตร์ใหม่ๆ และไม่กลัวความผิดพลาด เพราะงานวิจัยต้องผ่านการทดลองและพัฒนาอยู่เสมอ ที่สำคัญงานวิจัยที่ดีไม่จำเป็นต้องซับซ้อนที่สุด แต่ควรเป็นงานที่ตอบคำถามสำคัญและสร้างประโยชน์ให้กับผู้ใช้จริง พร้อมตั้งความหวังว่า ผลงานวิจัยชิ้นนี้จะเป็นอีกก้าวหนึ่งของการนำ AI มาใช้ยกระดับคุณภาพข้อมูล ESG ในตลาดทุนไทย ให้ข้อมูลมีความโปร่งใส เปรียบเทียบได้ และสามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
แห่งการเรียนรู้
ไปกับ
มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
ให้เราช่วยเลือกหลักสูตร คณะ สาขาหรือต้องการติดต่อกับเรา
ข้อมูลการศึกษา
ข้อมูลการสมัคร
ติดต่อมหาวิทยาลัย