ทีม BeaconBU โชว์ศักยภาพคนรุ่นใหม่ติด TOP 10 เวที Road Safety Expo ยกระดับการช่วยชีวิตภายใน 3 นาที
ชื่อผลงาน “IoT Blind-Spot Guard & Crash-Link System” โครงการพัฒนาระบบฝังตัวอัจฉริยะเพื่อแจ้งเตือนจุดบอดและเชื่อมต่อการช่วยเหลือเหตุฉุกเฉินแบบอัตโนมัติ

Thu, 02 Apr 2026  |  414 คนอ่านบทความนี้
ทีม BeaconBU โชว์ศักยภาพคนรุ่นใหม่ติด TOP 10 เวที Road Safety Expo ยกระดับการช่วยชีวิตภายใน 3 นาที

 

เวทีนวัตกรรมเพื่อความปลอดภัยทางถนนของประเทศไทยถูกจัดขึ้นอักครั้งกับงาน Road Safety Expo ภายใต้แนวคิด “เพราะถนนปลอดภัย ไม่ได้อาศัยแค่ดวง” ที่เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้ร่วมแสดงศักยภาพผ่านการแข่งขัน Road Traffic Injury Pitching Challenge (RTIPC) โดยในปีนี้ ทีม BeaconBU นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และหุ่นยนต์ สามารถก้าวขึ้นสู่ 1 ใน 10 ทีมสุดท้ายจากผู้เข้าแข่งขันทั่วประเทศ

ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงพลังความคิดสร้างสรรค์และความสามารถของเยาวชนไทย ที่ไม่เพียงแต่มีความรู้ด้านเทคโนโลยี แต่ยังสามารถนำมาต่อยอดเพื่อแก้ไขปัญหาสังคมที่สำคัญอย่าง “อุบัติเหตุทางถนน” ซึ่งยังคงเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการสูญเสียชีวิตในประเทศไทย

 

 

หนึ่งในสมาชิกทีมเล่าว่า “ภายในกิจกรรมนี้ ผู้เข้าร่วมการแข่งขันได้นำเสนอแนวคิดและนวัตกรรมผ่านนิทรรศการ ภายใต้กรอบแนวคิด 3E ได้แก่ Engineering, Enforcement และ Education โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายภาคส่วนร่วมให้คำแนะนำ เพื่อผลักดันให้โครงการสามารถนำไปใช้งานได้จริงในอนาคต”

 

 

ทีม BeaconBU ประกอบด้วยสมาชิก 4 คน จากสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และหุ่นยนต์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ 

  1. ศราวุฒิ กิ่งกล่อม
  2. ธนพล ศรีทอง
  3. ธนกฤต ธารินเจริญ 
  4. ญาณิศา ตรีสุโท 

 

 

ผลงานที่นำเสนอในครั้งนี้คือ “IoT Blind-Spot Guard & Crash-Link System” โครงการพัฒนาระบบฝังตัวอัจฉริยะเพื่อแจ้งเตือนจุดบอดและเชื่อมต่อการช่วยเหลือเหตุฉุกเฉินแบบอัตโนมัติ โดยมีจุดเริ่มต้นจากการต่อยอดโปรเจกต์จบเกี่ยวกับระบบตรวจจับแรงสั่นสะเทือนหรือแผ่นดินไหว ก่อนจะพัฒนาให้กลายเป็นนวัตกรรมเพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน “หัวใจสำคัญของโครงการคือการนำเทคโนโลยี Cellular 5G ผสานกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการตรวจจับภาพและพฤติกรรมการขับขี่แบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเป็นการขับรถเร็วเกินกำหนด การขับย้อนศร หรือการไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร ระบบจะสามารถบันทึกภาพและวิดีโอ พร้อมส่งข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทันที”

 

 

ตัวแทนทีมเล่าต่อว่า “แต่เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ระบบจะทำงานโดยอัตโนมัติผ่านกล้อง AI ที่ติดตั้งไว้ โดยจะส่งข้อมูลสำคัญผ่านเครือข่าย 5G ไปยังหน่วยกู้ภัยภายในเวลาไม่เกิน 3 นาที ซึ่งข้อมูลที่ส่งประกอบด้วยพิกัด GPS ภาพเหตุการณ์จริง และการประเมินระดับความรุนแรงของอุบัติเหตุ ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถวางแผนการช่วยเหลือได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว นอกจากนี้ระบบยังสามารถเชื่อมต่อไปยังโรงพยาบาล เพื่อให้ทีมแพทย์เตรียมอุปกรณ์และบุคลากรให้เหมาะสมกับสถานการณ์ล่วงหน้า รวมถึงแจ้งไปยังสถานีตำรวจในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจรและการจัดการพื้นที่เกิดเหตุอีกด้วย”

 

 

จุดเด่นสำคัญของนวัตกรรมนี้คือ “ความเร็วในการช่วยชีวิต” ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยสมาชิกทีม BeaconBU กล่าวถึงแนวคิดเบื้องหลังว่า “โครงการนี้ถูกคิดขึ้นเพราะพวกเราเชื่อว่าทุกนาทีมีความหมายต่อการรอดชีวิต ยิ่งรู้เหตุเร็ว การเข้าช่วยเหลือก็จะเร็วขึ้น และโอกาสรอดชีวิตก็จะเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย”

 

 

การนำเสนอผลงานครั้งนี้ยังถือเป็นการจัดแสดงในนิทรรศการขนาดใหญ่ครั้งแรกของทีม ณ ลานทางเชื่อม BTS Siam – Siam Square One ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมจำนวนมาก รวมถึงคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้ให้ข้อเสนอแนะเชิงลึก เช่น การพัฒนาระบบแจ้งเตือนให้ผู้ใช้ถนนรายอื่นรับรู้เหตุการณ์และการประเมินต้นทุนเพื่อนำไปสู่การใช้งานจริงในอนาคต

 

 

เบื้องหลังความสำเร็จของโครงการนี้ มาจากการบูรณาการองค์ความรู้ที่นักศึกษาได้เรียนมาตลอดหลักสูตร ไม่ว่าจะเป็นการเขียนโปรแกรม การพัฒนา AI การออกแบบระบบซอฟต์แวร์ รวมถึงการทำงานเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้รับการสนับสนุนและคำปรึกษาอย่างใกล้ชิดจากคณาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ โดยเฉพาะ อาจารย์ณัฐปคัลภ์ ลิไชยกุล และดร.ศิริชัย เติมโชคเกษม ที่มีบทบาทสำคัญในการให้คำแนะนำและผลักดันโครงการจนประสบความสำเร็จ

นอกจากความรู้ทางวิชาการแล้ว การทำงานร่วมกันของสมาชิกทั้ง 4 คน ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้โครงการนี้โดดเด่น โดยทีมงานเปรียบเทียบว่าพวกเขาเป็น “จิ๊กซอว์” ที่เติมเต็มซึ่งกันและกัน แต่ละคนมีหน้าที่ชัดเจน และสามารถทำงานในส่วนของตนเองได้อย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้ภาพรวมของโครงการออกมาอย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

ความสำเร็จของทีม BeaconBU ในเวทีระดับประเทศครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นความภาคภูมิใจของตัวนักศึกษาและสถาบันการศึกษาเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของคนรุ่นใหม่ในการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคม ในอนาคตหากนวัตกรรมนี้ได้รับการพัฒนาและต่อยอดอย่างต่อเนื่อง ก็มีโอกาสที่จะกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนของประเทศไทยและช่วยสร้างระบบความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ ครอบคลุม และยั่งยืนมากยิ่งขึ้น


ข่าวสารและบทความ
<p><strong>5 หลักสูตร กู้ ได้ สาขาวิชาที่เป็นความต้องการหลัก เรียนสายอนาคต ที่ ม.กรุงเทพ</strong></p>
5 หลักสูตร กู้ ได้ สาขาวิชาที่เป็นความต้องการหลัก เรียนสายอนาคต ที่ ม.กรุงเทพ

เปิดโอกาสให้นักศึกษาใน 5 หลักสูตรด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี สามารถกู้ยืมเงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ในลักษณะที่ 2 ซึ่งเป็นสาขาวิชาที่เป็นความต้องการหลักของประเทศ โดยสามารถกู้ได้โดยไม่จำกัดรายได้ครอบครัว
<p>จากห้องเรียนสู่&nbsp;Google&nbsp;เปิดเบื้องหลัง&nbsp;2&nbsp;นักศึกษา&nbsp;BU&nbsp;คว้าตำแหน่ง<br>Google Student Ambassador</p>
จากห้องเรียนสู่ Google เปิดเบื้องหลัง 2 นักศึกษา BU คว้าตำแหน่งGoogle Student Ambassador

แสดงความยินดีกับอารยา นันวิชัย และ ชณัญญา สุทธิ ผ่านการคัดเลือกเป็น Google Student Ambassador
อีก 1 ความภาคภูมิใจเมื่อทีม Siam Pose นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ผ่านเข้ารอบ 38 ทีมสุดท้าย จาก 54 ทีมทั่วประเทศในโครงการ Learn Lab 2025: Soft Power Beyond AI จากผลงาน "PIXIE BOX" ระบบถ่ายภาพ Photo booth ที่ใช้ AI เปลี่ยนให้คุณสวมชุดลิเกแบบเรียลไทม์ โดยได้แรงบันดาลใจจากพระราชเสาวนีย์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงตรัสให้แก่เอ ไชยา มิตรชัย ว่า “อย่าทิ้งลิเกนะ” ทำให้ทีมเกิดแรงบันดาลใจอยากฟื้นฟูศิลปะไทยให้คนรุ่นใหม่กล้าภูมิใจและแชร์วัฒนธรรมไทยสู่สายตาคนทั่วโลก
"PIXIE BOX" ผลงานนวัตกรรม AI ของทีมเด็กวิศวะ ยกระดับการเข้าถึงศิลปะการแสดงไทย

Photobooth ที่ไม่ได้เป็นแค่ระบบถ่ายภาพที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดลิเกได้เท่านั้น แต่ยังมีเกมที่ใช้ระบบ Pose Estimation ที่จับการเคลื่อนไหวของร่างกาย
Image Cosmetic
การสมัครเรียน
คณะวิศวกรรมศาสตร์