เด็ก BUSEM คว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ของโลกด้านธุรกิจนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน Babson Collaborative Global Student Challenge 2026  
เป็นการแข่งขันระดับโลก ที่มีผู้ร่วมเข้าแข่งขันร่วมกว่า 1,280 ทีม จาก 33 มหาวิทยาลัย ใน 24 ประเทศ

Mon, 15 Jun 2026  |  1574 คนอ่านบทความนี้
เด็ก BUSEM คว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ของโลกด้านธุรกิจนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน Babson Collaborative Global Student Challenge 2026  

 

สร้างความภาคภูมิใจให้กับวงการการศึกษาไทยเป็นอย่างมาก ทีม Cassapure นักศึกษาคณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ คว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ของโลกด้านธุรกิจนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนในการแข่งขัน Babson Collaborative Global Student Challenge 2026  เป็นการแข่งขันระดับโลก ที่มีผู้ร่วมเข้าแข่งขันร่วมกว่า 1,280 ทีม จาก 33 มหาวิทยาลัย ใน 24 ประเทศ

 

 

สมาชิกทีม Cassapure : น.ส.ณพัชญา ฉิมสอน นักศึกษาสาขาวิชาการเป็นเจ้าของธุรกิจ, Ms. Ei Tin Maung Myint นักศึกษาหลักสูตรนานาชาติ Entrepreneurship, น.ส.ณัฎฐา สันติวิชัยกุล นักศึกษาหลักสูตรนานาชาติ Entrepreneurship, Ms. PHATTHALIN THANAKONE นักศึกษาหลักสูตรนานาชาติ Entrepreneurship, Ms. SU SU SAN นักศึกษาหลักสูตรนานาชาติ Entrepreneurship และนายกล้ากวี สุคันธาภรณ์ นักศึกษาหลักสูตรนานาชาติ Entrepreneurship โดยมี ดร.เหมือนฝัน รัตนวานิช หัวหน้าภาควิชาความเป็นผู้ประกอบการ (หลักสูตรนานาชาติ) มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา

 

 

รวมพลังทีม Cassapure

            “พวกเรารวมกลุ่มกันเองเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันของ Babson แต่กว่าจะไปถึงจุดนั้น เราเรียนคลาสด้วยกันในวิชาที่มีความสนใจร่วมกัน และส่งผลงานเข้าร่วมแข่งขัน เริ่มจากการคัดในคลาสเรียนก่อนผ่านคลาสเรียนพวกเราเป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยกรุงเทพไปเข้าร่วมแข่งขันต่อในเวทีโลก”

 

 

คิดโจทย์ SDGs ไอเดียสู่ความยั่งยืน

            “พวกเรานำแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) มาประยุกต์ใช้โดยเปลี่ยนของเสียทางการเกษตรอย่างเปลือกมันสำปะหลังให้กลายเป็นไบโอชาร์สำหรับบำบัดน้ำเสีย แทนที่จะปล่อยให้เป็นขยะหรือสร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับ SDGs หลายข้อ ได้แก่ SDG 6 เรื่องน้ำสะอาด และ การสุขาภิบาล, SDG 9 การพัฒนาที่ยั่งยืน SDG 12 เรื่องการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน และ SDG 13 เรื่องการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยโครงการมุ่งลดปริมาณของเสีย เพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือใช้ และ ช่วยพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสียที่เข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับภาคธุรกิจและชุมชน”

 

 

ปัญหาใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม

“ทีมเลือกใช้เปลือกมันสำปะหลังเพราะเริ่มจากเป็นปัญหาในโรงงานของสมาชิกในทีม ซึ่งพอเราลองค้นหาข้อมูลดูก็ได้รู้ว่า เปลือกมันสำปะหลัง เป็นวัสดุเหลือทิ้งที่มีปริมาณมากในอุตสาหกรรมเกษตร โดยเฉพาะในประเทศไทย บวกกับปัญหาเรื่องน้ำเสียที่ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ในหลายๆ พื้นที่เองก็เช่นกัน เลยเกิดความคิดการนำเปลือกมันสำปะหลังมาแปรรูปเป็นไบโอชาร์ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับของเสีย และ ลดภาระด้านการกำจัดขยะ นอกจากนี้ไบโอชาร์ยังมีโครงสร้างรูพรุนที่สามารถดูดซับสารปนเปื้อนในน้ำเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อดีของเปลือกมันสำปะหลังเมื่อเทียบกับวิธีการทั่วไป หรือ วัสดุดูดซับเชิงพาณิชย์บางประเภท ไบโอชาร์จากเปลือกมันสำปะหลังมีต้นทุนวัตถุดิบต่ำกว่า เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ ช่วยลดการพึ่งพาสารเคมีในการบำบัดน้ำเสีย สำหรับผู้ประกอบการ SMEs โครงการของเราช่วยเพิ่มทางเลือกในการบำบัดน้ำเสียที่มีต้นทุนเหมาะสม และ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจัดการของเสีย และ สนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรสามารถเปลี่ยนของเสียที่เคยไม่มีมูลค่าให้กลายเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตไบโอชาร์ สร้างรายได้เพิ่มเติม และ ส่งเสริมระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชน”

 

 

ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงศักยภาพของนักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพบนเวทีระดับโลก รวมถึงคุณภาพการเรียนการสอนด้าน Entrepreneurship ของหลักสูตรคณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ ที่มุ่งเน้น “การเรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริง” โดยนักศึกษาได้รับโอกาสในการพัฒนาโครงการธุรกิจจริงตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 พร้อมทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมและเผชิญโจทย์ธุรกิจที่ใกล้เคียงสถานการณ์จริงอยู่เสมอ หลักสูตรของทาง BUSEM เป็นการบูรณาการองค์ความรู้ด้านธุรกิจ นวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และการเป็นผู้ประกอบการเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการสร้างนวัตกรรมที่สามารถแข่งขันในระดับนานาชาติได้อย่างแท้จริงและสะท้อนถึงศักยภาพของคนรุ่นใหม่ไทย ที่สามารถนำความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมมาเปลี่ยนปัญหาสิ่งแวดล้อมให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจ พร้อมสร้างคุณค่าและผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมอย่างยั่งยืนในอนาคต

 

 


ข่าวสารและบทความ
<p><strong>Entrepreneur and AI เป็นเจ้าของกิจการตั้งแต่เรียนมหา’ลัย ปล่อยไอเดียไร้ขีดจำกัด คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ</strong></p>
Entrepreneur and AI เป็นเจ้าของกิจการตั้งแต่เรียนมหา’ลัย ปล่อยไอเดียไร้ขีดจำกัด คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ

No.หนึ่ง ด้าน Entrepreneurship เพราะหลักสูตรของเราเป็นที่แรกในอาซียนและที่เดียวในไทยที่ร่วมมือกับ Babson College มหาวิทยาลัยการสร้างเจ้าของธุรกิจอันดับ 1 ของโลก
<p>เปิดห้องเรียนสู่สนามจริง 5 นักศึกษา BU โชว์ศักยภาพคว้ารางวัลในโครงการ&nbsp;<br>SCGP Packaging Speak Out&nbsp;2026 Partner with J-MAT</p>
เปิดห้องเรียนสู่สนามจริง 5 นักศึกษา BU โชว์ศักยภาพคว้ารางวัลในโครงการ SCGP Packaging Speak Out 2026 Partner with J-MAT

พร้อมเก็บเกี่ยวประสบการณ์การทำงานจริง เตรียมความพร้อมสู่โลกอาชีพในอนาคต
<p>จากห้องเรียนสู่เวทีโลก บทพิสูจน์ของการสร้างผู้ประกอบการตัวจริง</p>
จากห้องเรียนสู่เวทีโลก บทพิสูจน์ของการสร้างผู้ประกอบการตัวจริง

หากคุณกำลังมองหาคณะบริหารธุรกิจที่ไม่ได้สอนเพียงทฤษฎี แต่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้สร้างธุรกิจจริง พัฒนานวัตกรรมจริง และแข่งขันบนเวทีระดับโลก BUSEM คือหนึ่งในคำตอบที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว
Image Cosmetic
การสมัครเรียน
คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ
คำถามที่พบบ่อย
เป็นที่แรกในอาเซียนและที่เดียวในไทยที่ร่วมมือกับ Babson College ซึ่งเป็นอันดับ 1 โลกด้าน Entrepreneurship ได้รับรางวัล Babson Collaborative Circle of Influence Member เป็น 1 ใน 5 จาก 38 มหาวิทยาลัยทั่วโลก
มี 3 Tracks ได้แก่ Business Venture Development, Family Business Management และ Digital Entrepreneurship สามารถเรียนจบได้ภายใน 3.5 ปี
มีศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาเจ้าของธุรกิจ (BCE) ให้การสนับสนุนด้านเงินทุนแบบไม่มีดอกเบี้ยและคำปรึกษาสำหรับนักศึกษาในการเริ่มต้นธุรกิจจริง
นอกจาก Babson College แล้ว ยังมี MOU ร่วมกับ Lazada เป็นมหาวิทยาลัยแรกในไทย และมีพันธมิตรมหาวิทยาลัยทั่วโลกกว่า 34 แห่ง
อาจารย์ทุกท่านเป็นเจ้าของธุรกิจตัวจริง มีผู้เชี่ยวชาญในวงการกว่า 150 คนร่วมสอนและให้คำปรึกษา
สามารถเป็นเจ้าของธุรกิจ สืบทอดกิจการครอบครัว สร้างธุรกิจดิจิทัล หรือทำงานในตำแหน่งบริหารขององค์กรต่างๆ
การเตรียมตัว
ใช้เกรดเฉลี่ยสะสม 4 ภาคการศึกษาขึ้นไป ยื่นสมัครเรียนได้ทันที