
จากผู้สมัคร 147 คน สู่ 16 คนสุดท้ายในโครงการ “Future Connect Youth Forum 2026 เชื่อมอนาคต สร้างพลังเยาวชน เปลี่ยนประเทศไทยไปด้วยกัน” โดย “มาย–เกวลิน ถาวร” และ “เนเน่–เทพมณฑา ขยันกิจ” สองนักศึกษาคณะบัญชี มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้เข้าร่วมเวทีระดับประเทศที่เปิดพื้นที่ให้นิสิตและนักศึกษาจากทั่วประเทศร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและนำเสนอแนวคิดเกี่ยวกับอนาคตของการอุดมศึกษาไทย
ตลอดระยะเวลา 4 วัน 3 คืน ทั้งคู่ได้เรียนรู้ผ่านการทำงานร่วมกับเยาวชนจากหลากหลายมหาวิทยาลัย ซึ่งแต่ละคนมาพร้อมประสบการณ์และมุมมองที่แตกต่างกัน ก่อนจะนำแนวคิดเหล่านั้นไปต่อยอดบนเวทีสำคัญของโครงการ โดยเยาวชนที่ได้รับการคัดเลือกทั้ง 16 คน จะได้เข้าร่วมประชุมและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รวมถึงอธิการบดีจากมหาวิทยาลัยต่างๆ

สำหรับมาย จุดเริ่มต้นของการเข้าร่วมโครงการเกิดจากความอยากลองทำสิ่งใหม่ แม้จะยอมรับว่ายังไม่มีประสบการณ์ด้านนี้โดยตรง แต่มองเห็นโอกาสในการพัฒนาทักษะการพูดและการเป็นพิธีกร ขณะเดียวกันยังได้เสนอแนวคิดในหัวข้อ “ในบทบาทนักศึกษาจะพัฒนาประเทศอย่างไร” ซึ่งทำให้ได้ฝึกทั้งการคิด การสื่อสาร และการนำเสนอในสถานการณ์จริง
เมื่อได้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์ด้วยตัวเอง มายกลับค้นพบว่าตัวเองสนุกกับการสื่อสารมากกว่าที่คิด และเริ่มมีความมั่นใจในการแสดงความคิดเห็นมากขึ้น จากเดิมที่อาจลังเลกับการพูดต่อหน้าคนอื่น ประสบการณ์ครั้งนี้จึงกลายเป็นพื้นที่ให้ได้ค้นพบอีกด้านของตัวเอง

ด้านเนเน่มีประสบการณ์การพูดและการขึ้นเวทีมาตั้งแต่สมัยมัธยม แต่สิ่งที่ทำให้ Future Connect Youth Forum แตกต่างจากเวทีที่ผ่านมา คือการได้ทำงานร่วมกับเยาวชนจากหลากหลายมหาวิทยาลัย โดยได้นำเสนอในหัวข้อ “หลักสูตรอุดมศึกษาไทยในศตวรรษหน้า” ซึ่งไม่ได้จบลงเพียงการนำเสนอความคิดเห็น แต่ยังต้องรับฟังและแลกเปลี่ยนมุมมองกับสมาชิกคนอื่นๆ


ความแตกต่างของผู้เข้าร่วมจึงกลายเป็นหนึ่งในบทเรียนสำคัญตลอดการทำงาน ช่วงแรก
ทุกคนแทบไม่รู้จักกัน การปรับตัวจึงต้องใช้เวลา แต่เมื่อได้พูดคุยและเปิดใจมากขึ้น กลับพบว่าความแตกต่างคือสิ่งที่ช่วยสร้างไอเดียใหม่ เพราะแต่ละคนมองเรื่องเดียวกันจากคนละมุม มายแชร์ประสบการณ์
ขณะที่เนเน่มองว่า สิ่งที่ได้กลับไปมากกว่าการทำงานให้สำเร็จ คือทักษะการรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง เพราะเราไม่จำเป็นต้องคิดเหมือนกันในทุกเรื่อง และบางครั้งความคิดของคนอื่นก็สามารถเปิดมุมมองใหม่ที่เราไม่เคยนึกถึงมาก่อน เมื่อทุกคนพร้อมเปิดใจรับฟัง ความแตกต่างจึงไม่ได้กลายเป็นอุปสรรค แต่กลับช่วยให้การทำงานของทีมเดินหน้าได้ดีขึ้น


แม้จะเรียนในคณะบัญชี ซึ่งหลายคนอาจเชื่อมโยงกับตัวเลขและการวิเคราะห์ แต่ประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้ทั้งคู่เห็นว่าความรู้จากห้องเรียนสามารถต่อยอดสู่ทักษะการทำงานจริงได้เช่นกัน มายมองว่าการเรียนบัญชีช่วยฝึกเรื่องความรับผิดชอบและการตรงต่อเวลา ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการทำงานเป็นทีม เพราะเมื่อทุกคนมีหน้าที่ของตัวเอง การรับผิดชอบงานให้ตรงเวลาย่อมส่งผลต่อภาพรวมของทีม
ส่วนเนเน่ต่อยอดจากทักษะการคิดอย่างรอบคอบที่ได้จากการเรียนบัญชี ไปสู่การทำงานร่วมกับผู้อื่น โดยเรียนรู้เพิ่มเติมว่าการมีความคิดเห็นของตัวเองเป็นเรื่องสำคัญ แต่การเปิดรับความคิดเห็นของคนรอบข้างก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะบางครั้งคำตอบที่ดีที่สุดอาจไม่ได้มาจากคนเพียงคนเดียว แต่เกิดจากการนำความคิดที่หลากหลายมารวมกัน

ท้ายที่สุด สิ่งที่ Future Connect Youth Forum ทิ้งไว้ให้กับทั้งคู่จึงไม่ใช่เพียงประสบการณ์บนเวที แต่เป็นความกล้าที่เพิ่มขึ้น ทั้งกล้าที่จะพูด กล้าที่จะฟัง และกล้าที่จะลองก้าวออกจากพื้นที่เดิมของตัวเอง
