การไหว้ครูดนตรีไทย
การไหว้ครูนั้นไทยเรามักจะปฏิบัติกันทุกอย่างไม่ว่าจะประกอบกิจกรรมกันอย่างไหนคนไทยเรา
มั่นในความกตัญญูกตเวทีต่อบุพพการีเป็นนิสัย โดยเฉพาะครูบาอาจารย์ไม่ว่าวิชาใดเรามักจะเคารพบูชาระลึกถึงคุณานุคุณ แต่โดยเฉพาะวิชาที่เป็นศิลป์การกระทำกตเวทิคุณยังแผ่ออกไปถึงเทพเจ้าที่วิชานั้น ถือว่าเป็นครูบาอาจารย์และเป็นผู้มีอุปการะคุณต่อวิชานั้นด้วยเพราะฉะนั้นศิษย์ที่เรียนวิชาศิลป์จึงยังมีกตเวทิตาคุณอีกอย่างหนึ่งที่เรียกกันว่า " ไหว้ครู " พิธีไหว้ครูนี้จะแตกต่างกันออกไปตามลักษณะศิลปวิทยาการนั้น ๆ แต่ในที่นี้ จะกล่าวเฉพาะการไหว้ครูของวิชาดนตรีไทยเท่านั้น
การไหว้ครูดนตรีไทยนี้น่าจะเนื่องมาจากคนไทยแต่โบราณ คงจะนับถือเทพเจ้า และผีกันอยู่บ้างแล้ว เมื่อมาได้คติทางศาสนาพราหมณ์ของอินเดียพร้อม ๆ กับการเริ่มระเบียบแห่งการดนตรีขึ้นใหม่ในแดนสุวรรณภูมินี้จึงไม่มีปัญหาอะไรที่จะกล่าวว่า พิธีไหว้ครูดนตรีของเราเอาแบบอินเดียมาใช้ เพราะชื่อเทพเจ้าทุก ๆ องค์ตรงตามตำราแห่งศาสนาพราหมณ์ทั้งสิ้น เนื่องจากไทยเราเป็นพุทธมามกะ พิธีไหว้ครู จึงมักจะเริ่มด้วยพิธีสงฆ์ก่อน ในเช้าของวันทำพิธี จะถวายอาหารบิณฑบาตร เมื่อพระสงฆ์เสร็จภัตตกิจแล้ว จึงจะเริ่มพิธีไหว้ครู สิ่งที่จะตั้งสำหรับไหว้จะต้องมีที่ตั้งพระพุทธรูป และเครื่องบูชาพร้อมไว้ทางหนึ่งส่วนอีกทางหนึ่งจัดตั้งเครื่องดนตรีไทยต่าง ๆ ให้เป็นระเบียบและสวยงาม และจะต้องมีตะโพนลูกหนึ่งตั้งอยู่ด้วย โดยตั้งสูงกว่าสิ่งอื่น เพราะในทางดนตรีไทยถือว่าตะโพน สมมติแทนองค์พระปรคนธรรพ แต่ถ้าจะมี หน้าโขนตั้งด้วยก็ได้ หน้าโขนที่ควรจะตั้งก็คือ หน้าฤาษี พระปรคนธรรพ พระวิสสุกรรม พระปัญจสีขร พระพิราพ แต่ถ้าจะเพิ่มหน้าพระอิศวร พระนารายณ์ พระพรหม พระคเณศร์ อีกด้วยก็ยิ่งดี ส่วนเครื่องบูชาพระยาบวชก็มีดอกไม้ ธูป เทียน หัวหมู ไก่ เป็ด กุ้ง ปลา บายศรีปากชาม ขนมต้มแดง ต้มขาว ผลไม้ต่าง ๆ หากว่า ในพิธีไหว้พระพิราบด้วยก็จะต้องมีเครื่องดิบอีกชุดหนึ่งเหมือนกับเครื่องสุกดังที่ได้กล่าวแล้ว เครื่องสังเวยเหล่านี้จะเป็นคู่หรือเพิ่มเติมอย่างไรก็ได้อีกอย่างหนึ่งก็คือขันกำนล ซึ่งมีขันล้างหน้าใส่ดอกไม้ธูปเทียน ผ้าขาวหรือผ้าเช็ดหน้าและเงินกำนล ซึ่งโบราณใช้ 6 บาท ผู้บรรเลงเพลงหน้าพาทย์ก็ต้องมีขันกำนลด้วยเช่นกัน ครูผู้ทำพิธีจะต้องนุ่งขาวห่มขาว เมื่อได้ธูปเทียนบูชาเสร็จแล้วครูก็จะทำน้ำมนต์ ในขณะนั้นศิษย์และผู้ร่วมพิธีจุดธูปเทียนบูชา แล้วครูผู้ทำพิธีจะเริ่มกล่าวโองการนำให้ผู้ร่วมพิธีว่าตาม ซึ่งเริ่มด้วยบูชาพระรัตนตรัยและไหว้ครูบาอาจารย์ บิดามารดาขอพรต่าง ๆ ตามแบบแผน แล้วปี่พาทย์ก็จะบรรเลง เพลงหน้าพาทย์ตามที่ผู้ทำพิธีนั้นจะเรียก ต่อจากนั้นก็กล่าวถวายเครื่องสังเวยแล้วเว้นระยะสักครู่หนึ่งจึงได้กล่าวลาเครื่องสังเวย ต่อจากนั้นครูผู้เป็นประธานก็จะประพรมน้ำมนต์ เจิมเครื่องดนตรีและหน้าโขนต่างๆ จนครบถ้วน หลังจากนั้นจึงจะประพรม เสร็จการไหว้ครู หลังจากพิธีไหว้ครูแล้วจึงจะถึงพิธี “ ครอบ”
คำว่า ครอบ นี้ หมายถึงการประสิทธิประสาทวิทยาการหรืออนุมัติให้เริ่มเรียนวิชาในชั้นนั้น ๆ ได้ การครอบของปี่พาทย์นั้น มีขั้นตอนเป็นลำดับดังนี้
1. ขั้นแรกเป็นการครอบอย่างย่อ ผู้เรียนนำดอกไม้ธูปเทียน และเงินกำนลมามอบให้แก่ครูด้วยคารวะ แล้วครูก็จับมือศิษย์ผู้นั้นให้ตีฆ้องวงใหญ่ ขึ้นต้นเพลงสาธุการสามครั้งก็เป็นอันเสร็จถือว่าผู้นั้นเป็นอันเริ่มเรียนปี่พาทย์ต่อไปได้
2. ครอบอันดับสอง เมื่อศิษย์เรียนเพลงโหมโรงเย็นจบแล้ว และเริ่มเรียนเพลงตระโหมโรง ซึ่งได้เว้นไว้เมื่อเรียนขั้นแรก โดยครูจับมือให้ตีฆ้องวงใหญ่ขึ้นต้นเพลงตระ 3 ครั้ง
3. ครอบอันดับสาม เป็นการเริ่มเรียนเพลงโหมโรงกลางวัน ซึ่งครูก็จะจับมือให้ตีเพลงกระบองกัน
4. ครอบอับดับสี่ เริ่มเรียนการบรรเลงหน้าพาทย์ชั้นสูง ในขั้นนี้ครูมักจะจับมือให้ตีเพลงบาทสกุณี
5. ครอบอันดับห้า เมื่อเริ่มเรียนเพลงองค์พระพิราพ ซึ่งถือว่าเป็นเพลงสูงสุด การครอบที่จะเรียนปี่พาทย์เพลงองค์พระพิราพนั้นยังมีแบบแผนประเพณีบัญญัติไว้อีกอย่างหนึ่ง คือ ผู้ที่จะเรียนเพลงองค์พระพิราพ จะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 30 ปี หรือได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์แล้ว หรือ มิฉะนั้นจะต้องได้รับพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงจะรับการครอบ ให้เรียนได้
ส่วนการครอบเครื่องดนตรีอย่างอื่น เช่น สีซอ ดีดจะเข้ เป่าปี่ เป่าขลุ่ย เหล่านี้ตลอดจนการขับร้องด้วย ซึ่งมิได้บรรเลงเพลงหน้าพาทย์ต่าง ๆ เหมือนปี่พาทย์ สิ่งใดที่พอจะจับมือได้ เช่น ซอ จะเข้ ครูอาจ จับมือให้สี หรือดีดก็ได้ แต่ใช้เพลงประเภทที่เครื่องดนตรีนั้นใช้บรรเลง หรือจะใช้ฉิ่งครอบที่ศีรษะของศิษย์ผู้นั้นก็ได้ การใช้ฉิ่งครอบที่ศีรษะนี้ ใช้ได้แก่การครอบเรียนดนตรีทุกอย่างที่ไม่สะดวกในการจับมือ


การเตรียมตัวของผู้รับการครอบ
เมื่อศิษยานุศิษย์แห่งการดนตรีไทย มีความประสงค์จะขอรับการครอบเพื่อเริ่มการเรียนวิชาดนตรี หรือการต่อเพลงหน้าพาทย์ก็ตามสิ่งที่จะต้องเตรียมพร้อมเมื่อเข้าไปขอรับการครอบต่อประธานประกอบพิธีไหว้ครู ก็คือ
1. ขันล้างหน้าขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 6 นิ้ว
2. ผ้าเช็ดหน้าสีขาว
3. ดอกไม้ ธูป เทียน
4. เงินกำนล โดยนำรายการที่ 2, 3, 4 ใส่ไว้ในขันล้างหน้า
การเข้ารับการครอบ ลำดับแรกจะเป็นพวกผู้ที่เรียนเครื่องสาย และคีตศิลป์ เริ่มด้วยการเข้ารับการประพรมน้ำมนต์ เจิมหน้า และรับดอกไม้ทัดหู จากนี้ผู้เข้ารับการครอบก็จะมอบขันกำนลแก่ผู้ที่ประกอบพิธี เมื่อรับขันกำนล ผู้ทำพิธีจะกล่าวโองการด้วยตนเองเป็นความหมายว่าจะขอรับไว้เป็นศิษย์ทางดุริยางคศิลป์และคีตศิลป์ตั้งแต่บัดนี้ และอวยพรให้กับผู้รับการครอบ เป็นอันเสร็จพิธีการครอบสำหรับผู้ที่เรียนเครื่องสาย และคีตศิลป์ จากนี้ก็ต่อด้วยพิธีการครอบของผู้ที่เรียนปี่พาทย์ ซึ่งขั้นตอนการเข้ารับการครอบเหมือนกับกลุ่มแรก แต่จะแยกวิธีการครอบออกไปเป็นอันดับตามที่ได้กล่าวเอาไว้แล้วข้างต้น
สุดท้ายเมื่อเสร็จขั้นตอนการครอบแก่ศิษย์ทุกคนแล้ว ประธานผู้ทำพิธีจะกล่าวบูชาครู ขอยุติการประกอบพิธีไหว้ครู ขอสมาโทษในสิ่งผิดพลาดและขอความเป็นสิริมงคล จงมีมาสู่สถานที่ สู่สถาบันที่จัดพิธีกรรมนี้ สู่ศิษยานุศิษย์และผู้เข้าร่วมพิธีโดยทั่วกัน
ดนตรีบรรเลงเพลงเชิด และเพลงกราวรำจบพิธีไหว้ครูดนตรีไทยอย่างมีพิธีรีตอง พิธีการไหว้ครู จะเป็นประเพณีที่นักดนตรีหรือดุริยางคศิลปิน คีตศิลปิน จะร่วมกันประกอบเป็นประจำทุกปีตามโอกาส จะอำนวยจึงมีอยู่ทั่วไป แต่ละแห่งที่จัดพิธีกรรมก็จะมีผิดเพี้ยนแตกต่างกันไปบ้างซึ่งจะเป็นทั้งถ้อยคำ ในโองการที่ประธานผู้ประกอบพิธีกล่าวนำ และขั้นตอนวิธีการประกอบพิธีก็มีแตกต่างกันไป ทั้งนี้ก็สุดแต่ประธานผู้ประกอบพิธีได้รับการมอบให้เป็นผู้ประกอบพิธีจากครูอาจารย์ท่านใด ก็สมควรเป็นอย่างยิ่งที่จะยึดถือปฏิบัติตามแนวทางที่ครูอาจารย์มอบให้อย่างเคร่งครัด จึงจะเรียกว่า “เจริญรอยตามครู”


ประโยชน์ของการไหว้ครู
การที่ได้ประกอบพิธีไหว้ครูตามประเพณีที่ถูกต้องย่อมบังเกิดประโยชน์ได้หลายประการคือ
1. ได้รักษาประเพณีอันเป็นวัฒนธรรมอันดีของไทยไว้ให้ยืนยงต่อไป
2. ได้แสดงออกซึ่งความกตัญญูกตเวทีอันเป็นเครื่องหมายของคนดีเป็นแบบอย่างส่งเสริมให้ศิษย์รุ่นต่อ ๆ ไปรู้สึกกตัญญูกตเวทีต่อครูบาอาจารย์
3. เป็นการบำรุงขวัญของผู้ที่ได้ร่วมพิธีไหว้ครูและครอบ เพราะว่าได้กระทำพิธีต่าง ๆ ครบถ้วนตามแบบแผนแล้ว เวลาที่จะปฏิบัติก็จะมีจิตใจมั่นคง และมีขวัญดี
4. เป็นการเสริมความสามาคีระหว่างดุริยางคศิลปินด้วยกัน เพราะในการประกอบพิธีไหว้ครูนั้น บรรดานักดนตรีทั้งหลาย แม้จะอยู่คนละคณะก็มักจะมาร่วมในพิธีไหว้ครูด้วยกัน ได้พบปะสังสรรค์กันเป็นอันดี เป็นการเชื่อมความสามัคคีในหมู่ดุริยางคศิลปินด้วยกันให้แน่นแฟ้น
กำหนดการ
พิธีไหว้ครูและครอบครูดนตรีไทย
ในวันพฤหัสบดีที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2547
ณ อาคารหอประชุม (SC) วิทยาเขตกล้วยน้ำไท


07.00 น .

07.30 น .
07.50 น .
08.00 น .
08.15 น .
08.35 น .
09.30 น .
12.00 น .






14.00น .
พระสงฆ์เดินทางถึงมหาวิทยาลัยกรุงเทพ คณาจารย์ นักศึกษาและผู้ร่วมงาน ร่วมถวายภัตตาหาร ที่ห้องประชุมสายกิจการนักศึกษา
นักศึกษาและผู้ร่วมงานพร้อมกันที่อาคารหอประชุม
ประธานในพิธี ผู้บริหาร คณาจารย์ มาถึงบริเวณงาน
นิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 9 รูป ประจำอาสนะที่จัดเตรียมไว้
ประธานในพิธี จุดธูปเทียน บูชาพระรัตนตรัย
พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์
ประธานในพิธีถวายเครื่องปัจจัย รับศีลพร พร้อมกรวดน้ำ
เริ่มพิธีไหว้ครูและครอบครำ
- ผู้อ่านโองการและผู้ช่วยจุดธูปเทียนบูชา พระพุทธ เทวรูปและ บูชาครูบัธยาย
- ผู้อ่านโองการอัญเชิญศรีษะครูเข้าที่ตั้ง โปรยข้าวตอก ดอกไม้เจิมเครื่องดนตรี
- ผู้อ่านโองการถวายเครื่องพลีกรรม เซ่น ครู อัญเชิญครูเข้าร่าง
- ผู้อ่านโองการรับของไหว้ครูจากลูกศิษย์ และเจิมหน้าผากผู้เล่นดนตรีทีละคน
- ผู้อ่านโองการอำนวยพรแก่ลูกศิษย์ และบรรเลงเพลงถวายมือ
เสร็จพิธี ร่วมรับประธานอาหาร และสังสรรค์ บรรเลงดนตรีไทยร่วมกัน
ปิดงาน

  หมายเหตุ :- กำหนดการอาจเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม