สูตรสำเร็จ 5 นักศึกษาทุน “โครงสร้างผู้ประกอบการวัยรุ่น” รุ่นแรก

บ่อยครั้งที่เรามักจะเห็นผู้ประกอบการวัยรุ่นหน้าใหม่ โลดแล่นอยู่ในโลกธุรกิจ Online ไม่ว่าจะเป็น ร้านเสื้อผ้า ร้านขนม หรือแม้แต่ร้าน Pre-Orderที่แทบจะไม่ต้องมีต้นทุนอะไรมากนักแน่นอนว่าการมีช่องทางทางธุรกิจอย่างเดียวคงไม่พอ แต่ต้องมีไอเดีย การคิดแบบสร้างสรรค์ (Creativity) และการคิดแบบเจ้าของ (Entrepreneurship Spirit) เหมือนที่ BUSEM (School of Entrepreneurship and Management: BUSEM) คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ซึ่งเป็นหลักสูตรเดียวในประเทศไทยที่พัฒนาหลักสูตรสร้างสรรค์ร่วมกับ Babson College มหาวิทยาลัยด้านการเป็นเจ้าของธุรกิจอันดับหนึ่งของอเมริกา โดยมุ่งเน้นการสร้างผู้ประกอบการ เน้นการลงมือทำจริงและมีผลลัพธ์ที่สามารถสานต่อเป็นธุรกิจได้ในขณะที่กำลังศึกษาอยู่ เช่นเดียวกับ 5 เมล็ดพันธุ์ชั้นดีของ BUSEM ในฐานะนักศึกษาทุน “โครงการสร้างผู้ประกอบการ

วัยรุ่น”ที่ผ่านการคัดเลือกจากนักธุรกิจวัยรุ่นเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายทั่วประเทศที่มีธุรกิจเป็นของตัวเองและมีแผนธุรกิจต่อเนื่อง รับทุนการศึกษาระดับปริญญาตรี เรียนฟรีตลอดหลักสูตร ใน “คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ”หรือ (BUSEM)

วันนี้เรามีโอกาสได้พูดคุย ทำความรู้จักกับนักศึกษาทั้ง 5 คนนี้ถึงเรื่องราวจุดเริ่มต้นที่กว่าจะก้าวมาเป็นนักธุรกิจวัยรุ่น ได้จนถึงวันนี้ พวกเขาและเธอมีสูตรความสำเร็จของตัวเอง ในแบบฉบับที่ไม่เหมือนใคร

 

จากธุรกิจเล็กๆ กลายเป็นเจ้าของแบรนด์สินค้าปลดหนี้กว่า 1 ล้านให้ครอบครัว ภายในเวลา 4 ปี  “มิลค์” นางสาวรัญชิดา กมลฉัตรนิธิ ศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ เจ้าของธุรกิจ

เครื่องสำอาง Fairy Milk เล่าถึงธุรกิจที่เริ่มต้นสมัยเรียนอยู่มัธยมว่าง เริ่มขายของออนไลน์ตอนเรียนอยู่ ม.2 เพราะธุรกิจขายวัสดุรับเหมาของครอบครัวมีปัญหา การเงิน จึงเอาเสื้อผ้าที่เคยใช้แล้วมาขาย ผ่านออนไลน์

“ตอนแรกเริ่มต้นโพสต์ลงอินเตอร์เน็ตหาลูกค้าให้พ่อ ก่อนจะเอาเสื้อผ้าที่เคยใส่แล้วมาขาย หรือบางทีก็รับเสื้อผ้าจากประตูน้ำมาขายบ้าง เพราะเราชอบด้านนี้อยู่แล้ว ตอนสมัยเด็กๆ เคยช่วยคุณพ่อขายของหน้าร้าน  เริ่มขายกลุ่มเพื่อนในโรงเรียน ขายตลาดนัด แต่ก็ยังขายไม่ดีจึงเปลี่ยนมาขายเครื่องสำอางด้วยเงินลงทุนแค่ 3,000 บาท พัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อยอดสินค้า สั่งสินค้าแบบพรีออเดอร์ คิดอยู่เสมอว่า เวลาที่เราขายของเหมือนเราขายให้คนที่เรารู้จัก คนที่เรารัก ดังนั้นเราต้องเลือกสิ่งที่ดีให้กับพวกเขา” บ่อยครั้งที่มิลล์ต้องซื้อครีมของเจ้าอื่น เพียงต้องการดูแบบผลิตภัณฑ์ คอยดูคู่แข่ง ต้องทำให้ดีกว่า ต้องแตกต่างจากคนอื่น เคล็ดลับความสำเร็จคือคุณภาพของสินค้าสำคัญที่สุด ซึ่งตอนนี้กลุ่มตัวแทนจำหน่ายสายตรงมีมากกว่า 300 ราย ยังไม่นับรายย่อยที่ต่อแชร์กันแทบทั่วภูมิภาค มีเงินหมุนเวียน 5-6 ล้าน ภายใต้แบรนด์ Fairy Milky และใช้เวลาเพียงแค่ 4 ปี ก่อนจบ ม.6 ช่วยปลดหนี้สินทางบ้านกว่า 1 ล้านได้หมด

มิลล์ บอกอีกว่าหลังจากได้ทุนและเริ่มเรียนที่ BUSEM ทำให้ทราบถึงวิธีการทำงบ การจดทะเบียนบริษัทที่ถูกต้อง อาจารย์คอยแนะนำให้เราเห็นเป้าหมาย เห็นจุดแข็งและจุดอ่อนของตัวเอง“อาจารย์ที่สอนเรา บางคนเป็นเจ้าของธุรกิจ จะนำประสบการณ์ที่เคยเจอมาเล่าให้ฟังทำให้เรามีความคิดสร้างสรรค์และต่อยอดสินค้าให้แตกต่างจากเจ้าอื่น รวมไปถึงวิธีดึงดูดลูกค้าให้ได้มากขึ้น”

 

สอบติดแพทย์ ม.รัฐ แต่ไม่เรียนเลือกเรียนบริหารกิจการ ต่อยอดธุรกิจแบรนด์ตัวเอง

“ฟุ” นายศักดิ์สิทธิ เอกวัฒนกิจ ศิษย์เก่าโรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้า หนุ่มคนเก่งที่มีรายชื่อติดคณะแพทย์ฯ มหาวิทยาลัยรัฐแห่งหนึ่ง แต่ขอสละสิทธิ์ มุ่งตรงเรียนด้านบริหารกิจการ สานต่อธุรกิจสบู่ Lee Leaf  พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีตัวเลือกมากยิ่งขึ้น “ผมอยากเป็นเจ้าของธุรกิจตั้งแต่เด็ก ค้าขายมาตั้งแต่ ม.3 จนเริ่มต้นธุรกิจจากสินค้าที่วางขายอยู่ที่บ้าน เดิมที่คุณแม่ ท่านชอบขายของเล็กๆ น้อยๆ และที่บ้านก็ชอบนำของที่ขายมาทดลองใช้ จนกระทั่งสะดุดกับคุณสมบัติของสบู่เจ้าหนึ่งที่วางขายอยู่ จึงคิดต่อยอดสินค้า พัฒนาเป็นแบรนของตัวเอง เป็นที่มาของการสร้างแบรนด์สบู่ชื่อ Lee Leaf

        ถามว่าทำไมติดแพทย์แล้วถึงไม่เรียน ?? “ จริงๆ ดีใจที่สอบติดแต่ผมเลือกที่จะเป็นเจ้าของธุรกิจมากกว่า การทำธุรกิจอาจจะมีความเสี่ยง ขึ้นๆ ลงๆ แต่ถ้าเราชอบและอยากจะเป็นนักธุรกิจ มีความรู้ มีไอเดีย เราก็สามารถต่อยอดธุรกิจให้อยู่ตัวได้ไม่ยาก

        “การเรียนที่นี่ ทำให้ธุรกิจที่เป็นน้ำ เริ่มเป็นวุ้น ได้รู้วิธีทำการตลาดแบบใหม่ๆที่คาดไม่ถึง  ได้มุมมองที่กว้างมากขึ้น มีอาจารย์คอยแนะนำ ปูทางธุรกิจให้เราสามารถนำไปปรับใช้กับธุรกิจของเราได้ สิ้นปีนี้ ผมเตรียมออกผลิตภัณฑ์ใหม่เป็นสบู่เหลว เจาะกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบการดูแลสุขภาพผิว และเตรียมโปรโมทแบรนด์ครั้งใหญ่ เพื่อเร่งสร้างการรับรู้แบรนด์เพิ่มขึ้นด้วย”

 

ต่อยอดธุรกิจที่พ่อเคยทำ  เครื่องหมาย Arm – โลโก้เครื่องประดับ ตกแต่งเสื้อผ้าแฟชั่นสุดแนว

ถัดมาที่ “ต้น” นายธนวัฒน์ ตรีมุข ศิษย์เก่าโรงเรียนเซนต์ดอมินิก ผู้ต่อยอดธุรกิจเครื่องหมาย Arm ทหาร-โลโก้ ที่หลายคนมองแค่ว่าเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องหมายข้าราชการ จุดประกายความฝันที่เริ่มต้นความคิดแบบเจ้าของมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ “ตอนเด็กๆ เคยขายการ์ดยูกิมาตั้งแต่สมัยมัธยม ชอบค้าขายมาตลอด รู้สึกอยากเป็นเจ้าของกิจการ

อะไรสักอย่าง จนถึงช่วง ม.4 ครอบครัวเริ่มทำธุรกิจ เครื่องหมาย Arm ทหาร – โลโก้ ที่ใช้ประดับเสื้อผ้า คุณพ่อเริ่มให้มาดูแลธุรกิจ จึงค่อยๆ เรียนรู้ไปเรื่อยๆ ผมมองเห็นว่าตลาดธุรกิจนี้เล็กมาก ยังไม่มีนักลงทุนเข้าไปจับจอง ทำการตลาดแต่ที่น่าสนใจคือความต้องการของตลาดกลับสูงมาก เราจะเห็นได้ชัดว่าไม่ว่าจะหน่วยงานไหนหรือแม้แต่มหาวิทยาลัยยังมีเครื่องหมาย โลโก้ ติดเสื้อเลย ผมเลยคิดว่า ถ้าเราผลักดันตัวเองขึ้นไป คุมตลาดตรงนี้ให้ได้ต้น บอกว่า มาเรียนที่นี่ไม่กี่เดือนก็ได้แนวทางการทำธุรกิจติดมือไปประยุกต์ใช้แล้ว โดยจะต่อยอดเปลี่ยนแปลงธุรกิจจากที่พ่อเคยทำ “อาจารย์สอนให้คนที่ไม่เคยมีธุรกิจ ให้สตาร์ทอัพธุรกิจ เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนแรกว่า ต้องทำอะไรก่อน ซึ่งผมมองว่าเปิดหน้าร้านผ่านออนไลน์ตรงประเด็นที่สุด ไม่ต้องรอจน

เรียนจบก็ทำธุรกิจได้ ถ้าเราใส่ความคิดสร้างสรรค์เข้าไป อาร์มหรือโลโก้ก็จะเป็นเครื่องประดับตกแต่ง

เสื้อผ้าแฟชั่นได้ดี”

 

ทายาทเจ้าของธุรกิจรถตู้ “Super VIP” ปลื้ม! สังคมมหา’ลัย ช่วยต่อยอดธุรกิจได้

บีม” นางสาวณัฐวดี โกละกะ ศิษย์เก่าโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา ทายาทเจ้าของธุรกิจ รถตู้ Super VIP ที่พัฒนาต่อยอดธุรกิจครอบครัว ด้วยการสร้างแอพพลิเคชั่นเรียกรถตู้มารับที่บ้านได้ สร้างความสะดวกสบายให้ลูกค้า

“เดิมลูกค้าต้องไปต่อคิวรอขึ้นรถตู้ที่ท่ารถ จึงคิดแอพพลิเคชั่นที่สามารถเรียกรถตู้มารับที่หน้าบ้านเหมือนกับแท็กซี่ และให้คำนิยามรถตู้ประเภทนี้ว่า รถตู้ Super VIP โดยมีเจ๊เกียวเป็นไอดอล จริงๆ ช่วยคุณพ่อรับงาน รับลูกค้าที่มาจองรถตู้ ตั้งแต่เด็กๆ แล้ว พอโตขึ้นมาอีกนิด ประมาณ ม.6 คุณพ่อเริ่มไว้ใจให้เรทำบัญชี ส่งงานให้กลุ่มรถร่วมบริการบ้าง ยิ่งเป็นธุรกิจครอบครัว เรายิ่งทำได้ดี เก็บประสบการณ์ตรงนี้ไปต่อยอดธุรกิจที่ตนเองอยากทำ เพราะอยากมีธุรกิจที่ทำด้วยตัวเองไปพร้อมๆ กับธุรกิจครอบครัว”

 

“หลังจากมาเรียนที่นี่ บีมพบว่ารอบตัวเรามีแต่ลูกนักธุรกิจ ลูกเจ้าของธุรกิจ บางคนก็มีธุรกิจเป็นของตัวเอง รอบตัวเรามีแต่คนที่มีความฝัน ความชอบที่เหมือนกัน เรื่องที่คุยกันเป็นสังคมที่มีแต่ธุรกิจ ทำให้เรามีแรงผลักดัน จุดประกายไอเดียต่างๆ มีความรู้สึกว่า อยากทำธุรกิจที่มีอยู่ให้ดีกว่าเดิม ได้คอนเน็คชั่นจากเพื่อนเพิ่ม แถมยังได้ความรู้เรื่องงานบริหารกิจการที่ยั่งยืน การทำบัญชี เอาความรู้ที่ได้ไปช่วยกิจการครอบครัว จนพ่อไว้ใจให้บริหารงานเพิ่มขึ้น

 

อดีตเด็กขายดินสอน ปากกา ยางลบ ปัจจุบันเจ้าของร้านเสื้อผ้าวัยรุ่นที่ได้รับความนิยม

ปิดท้าย สาวน้อยคนเก่งที่ขายเสื้อผ้าออนไลน์จนได้ดี อย่าง “ทราย” ญานิสา ช่วงกรุด ศิษย์เก่าโรงเรียนวชิรธรรมสาธิต  “โดยส่วนตัวเป็นคนชอบแต่งตัว ขายสินค้าทุกอย่างที่เกี่ยวกับแฟชั่นมาตั้งแต่เด็ก จนถึงช่วงปิดเทอม ตอน ม.3 เริ่มขายเสื้อผ้าผ่านออนไลน์ สร้างแบรนด์ ทำการตลาดเอง สร้างจุดเด่นให้สินค้า จนทำรายได้ให้กับตัวเอง แบบที่ไม่ต้องขอเงินจากพ่อแม่ แถมยังช่วยเหลือทางบ้านได้อีกด้วย

“ตอนเริ่มแรกไปหาซื้อผ้ามาขายก่อน อย่างละตัวสองตัว ซื้อมาขายต่อ เพิ่มกำไรนิดหน่อย จนกระทั่งมาเจอกับกางเกงขาสั้น มีคนสนใจเยอะมาก จากที่เคยรับมาขาย 5 ตัว 10 ตัว ก็กลายเป็น 100 ตัว จนเกือบหลักพัน เห็นว่า ขายได้จำนวนเยอะ ก็เริ่มกลับมาคิดว่า ถ้าเราผลิตเอง คิดแบบเอง ทรง สี เราก็จะได้สินค้าที่เราต้องการ จึงเริ่มทำธุรกิจจริงๆ จังขึ้นมา นึกถึงตอนเด็กที่เคยเอาพวกดินสอ ยางลบไปขายเพื่อนที่โรงเรียน ทำธุรกิจแล้วสนุก มีความสุข” หลังจากที่ได้เป็นหนึ่งใน 5 ที่ได้รับทุน “โครงการสร้างผู้ประกอบการวัยรุ่น” ทราย บอกว่า รู้สึกดีใจมาก เพราะจะได้มีโอกาสเรียนหลักสูตรที่สามารถนำมาต่อ ยอดธุรกิจของเราได้ เชื่อว่าเมื่อได้เข้ามาเรียนที่นี่แล้ว จะนำความรู้ที่ได้จากการเรียนไปต่อยอดธุรกิจ โดยเฉพาะการสร้างความแตกต่างให้สินค้า ที่จะทำให้สินค้าของเราได้รับความนิยมมากขึ้น”

Leave a Reply

Your email address will not be published.