คนเก่งคู่บียู
มาพบกันอีกเช่นเคยกับเรื่องราวความสำเร็จของนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการแข่งขันตอบปัญหากฎหมายในระดับอุดมศึกษา และนักกีฬาคาราเต้-โด ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการแข่งขันกีฬาคาราเต้-โด อุดมศึกษาชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 8 บียูสแควร์ฉบับนี้จึงไม่พลาดที่จะนำเรื่องราวมาเสนอให้ติดตามกัน
คนเก่งกลุ่มแรก ได้แก่
อ้อม นางสาวอัปสร บุญศรีทุม
นักศึกษาชั้นปีที่ 4 และ
ปอง นางสาวปองภัค สุริยา
นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะนิติศาสตร์ ที่ได้รับ
รางวัลชนะเลิศจากการแข่งขันตอบปัญหากฎหมายในระดับอุดมศึกษา เนื่องในวันรพี ประจำปีการศึกษา 2549
จัดโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่ผ่านมา
อ้อม เล่าว่า เคยเข้าร่วมการแข่งขันตอบปัญหากฎหมายมาก่อนเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งการแข่งขันครั้งนั้นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นผู้จัด จึงนับว่าการแข่งขันครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 สำหรับดิฉัน จึงไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นมากเท่ากับครั้งแรก แต่กลับมีความมั่นใจเพิ่มมากยิ่งขึ้น เนื่องจากดิฉันมีความรู้ที่ได้สะสมมาจากในห้องเรียนตั้งแต่สมัยเรียนตอนอยู่ปี 1 และตอนนี้เรียนอยู่ปี 4 สำหรับการแข่งขันตอบปัญหากฎหมายในครั้งนี้มีทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 20 ทีม มีคำถาม 20 ข้อ แบ่งออกเป็น กฎหมายแพ่ง 10 ข้อ กฎหมายวิอาญา 5 ข้อ และกฎหมายมหาชน 5 ข้อ โดยคณะกรรมการจะถามคำถามแล้วให้ทีมที่เข้าร่วมการแข่งขัน (1 ทีม ประกอบด้วย 2 คน) ช่วยกันคิดและตอบคำถามภายใน 5 นาที แล้วส่งคำตอบให้แก่คณะกรรมการ
ปอง เล่าว่า รู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะว่าไม่เคยเข้าร่วมการแข่งขันตอบปัญหากฎหมายที่ไหนมาก่อน สาเหตุที่ตัดสินใจเข้าร่วมการแข่งขันตอบปัญหากฎหมาย เพราะว่าคณบดีคณะนิติศาสตร์ชวนให้เข้าร่วมการแข่งขัน จึงคิดว่านี่เป็นโอกาสที่ดีน่าจะลองดูสักครั้ง อีกทั้งยังเป็นการทบทวนความรู้ที่ได้เรียนมาอีกด้วยค่ะ ซึ่งก่อนการแข่งขันมีเวลาเตรียมตัวประมาณ 1 สัปดาห์ จึงได้มีการแบ่งเนื้อหาที่จะอ่านกันกับพี่อ้อม ซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่เข้าร่วมการแข่งขันด้วยกัน หลังจากที่ทราบผลว่าทีมของเรามีคะแนนสูงสุด และเป็นทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในการแข่งขันครั้งนี้ รู้สึกดีใจและภูมิใจมาก รวมทั้งยังรู้สึกมีความมั่นใจในตัวเองมากยิ่งขึ้น ซึ่งนับเป็นประสบการณ์ที่ดีในชีวิตของดิฉันทีเดียวค่ะ
ทั้งสองคนได้ฝากข้อคิดเกี่ยวกับการแข่งขันตอบปัญหากฎหมายไว้ว่า ความรู้ที่ได้จากการเรียนในห้องเรียนนั้นมีความสำคัญมาก ขอให้ทุกคนให้ความสำคัญกับการเข้าเรียนมาก ๆ เพราะว่าหนังสือที่ใช้ประกอบการเรียน เราสามารถอ่านเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ความรู้และประสบการณ์ที่ได้จากอาจารย์ผู้สอน เราหาไม่ได้อีกแล้ว ที่สำคัญพยายามใช้ความจำของเราจำทุกสิ่งทุกอย่างให้ได้มากที่สุด และการแข่งขันตอบปัญหากฎหมายจะไม่รู้ว่ายากสำหรับเราอีกต่อไปค่ะ
คนเก่งกลุ่มที่สอง ได้แก่
เทม นายยิ่งยง จงทวีธรรม
นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาการประชาสัมพันธ์ คณะนิเทศศาสตร์ ที่ได้รับเหรียญรางวัลชนะเลิศ ประเภทท่ารำ (KATA) บุคคลชาย ระดับผู้มีประสบการณ์ และ
เฟิร์ส นายชัชวัสส์ ปาละนันทน
์ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจ ที่
ได้รับเหรียญรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ประเภทต่อสู้ (KUMITE) บุคคลชาย ระดับผู้ไม่มีประสบการณ์ รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 60 กิโลกรัม
จากการแข่งขันกีฬาคาราเต้-โด อุดมศึกษาชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 8 (The 8th University Karate-do Championship) จัดโดยสมาคมคาราเต้แห่งประเทศไทย ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เมื่อวันที่ 15-16 กรกฎาคม ที่ผ่านมา
เทม เล่าว่า เริ่มเล่นกีฬาคาราเต้-โด มาตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 สาเหตุที่ตัดสินใจเล่นกีฬาประเภทนี้ก็เพราะว่า เดิมเป็นคนที่มีสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง เพื่อน ๆ จึงชอบมาแกล้ง ผมจึงเรียนไว้เพื่อป้องกันตัวและพัฒนาสุขภาพร่างกายที่อ่อนแอให้แข็งแรงมากขึ้น เนื่องจากเมื่อก่อนผมมีรูปร่างเล็กและผอม มีน้ำหนักเพียงแค่ 40 กิโลกรัมกว่า ๆ แต่ปัจจุบันผมตัวสูงใหญ่ขึ้น มีน้ำหนัก 60 กิโลกรัมกว่า ๆ ในการแข่งขันกีฬาคาราเต้-โด อุดมศึกษาชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 8 เหตุผลที่ตัดสินใจเลือกลงแข่งขันในประเภทท่ารำ ก็เพราะว่าท่ารำถือเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของกีฬาคาราเต้-โด ท่ารำจะเป็นการวัดความเป็นคาราเต้ของคน ๆ นั้น ใครรำได้ดีกว่า แสดงว่าคาราเต้ของคนนั้นก็จะดีกว่าด้วย ซึ่งเป็นการฝึกฝนที่ยากมาก เพราะว่าท่ารำของคาราเต้ จะต้องอาศัยทั้งจังหวะ พลัง และความเร็ว ที่สำคัญจะต้องใส่จิตวิญญาณของเราลงไปด้วย ทุกท่าที่แสดงออกถึงการต่อสู้นั้นก็เปรียบเสมือนกับการเต้นรำออกไป คนที่จะเล่นกีฬาคาราเต้-โดได้ดีนั้น นอกจากจะต้องขยันฝึกฝนท่าพื้นฐานต่าง ๆ ของคาราเต้อย่างสม่ำเสมอแล้วยังจะต้องมีความมั่นใจในตนเองอีกด้วย เพราะว่าความมั่นใจในตนเองถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้เราได้เปรียบคู่ต่อสู้ และทำให้ผมได้รับชัยชนะในการแข่งขันครั้งนี้ครับ
เฟิร์ส เสริมว่า กีฬาคาราเต้-โด สามารถไล่สายอย่างคร่าว ๆ โดยเริ่มต้นจาก สายสีขาว เหลือง เขียว น้ำเงิน น้ำตาล และดำ แบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทท่ารำ (KATA) และประเภทต่อสู้ (KUMITE) ทั้ง 2 ประเภทจะต้องเริ่มต้นจากท่าพื้นฐานเดียวกัน นักกีฬาคาราเต้-โดจะต้องฝึกทั้งประเภทท่ารำและการต่อสู้ แต่ใครจะเน้นฝึกประเภทไหนก็แล้วแต่ความถนัดของแต่ละคน ซึ่งผมถนัดในประเภทการต่อสู้มากกว่า เนื่องจากผมเพิ่งได้มาเล่นกีฬาประเภทนี้เมื่อตอนเรียนอยู่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ชั้นปีที่ 1 ถึงแม้ว่าจะเคยผ่านการแข่งขันมาบ้าง แต่ถ้าพูดถึงประสบการณ์ผมยังห่างจากพี่เทมมากครับ เหตุผลที่ผมเลือกเล่นกีฬาคาราเต้-โด ก็เพราะว่าต้องการปกป้องแม่และน้องสาว รวมทั้งป้องกันตัวเอง ที่สำคัญผมยังได้ออกกำลังกายไปในตัวอีกด้วย ซึ่งนับตั้งแต่ที่ผมได้เล่นกีฬา ผมรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์มากขึ้น ได้ฝึกฝนร่างกายให้มีสุขภาพที่ดี และฝึกฝนจิตใจให้สามารถเอาชนะใจตัวเองได้มากขึ้น ซึ่งในการแข่งขันที่ผ่านมา ผมได้ลงแข่งขันในประเภทต่อสู้ บุคคลชาย ระดับผู้ไม่มีประสบการณ์ รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 60 กิโลกรัม มีผู้เข้าร่วมแข่งขันมาจากสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ เยอะมาก แต่ละคนมีการเตรียมตัวที่ดี เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์กันทั้งนั้น สิ่งที่ผมกลัวจึงไม่ใช่อยู่ที่คู่ต่อสู้ แต่กลัวจะหมดแรงไปก่อนการแข่งขันจะจบลงมากกว่า สำหรับการกีฬาคาราเต้-โดนี้ อวัยวะที่ใช้มากที่สุด ผมคิดว่าน่าจะเป็นเอว เพราะว่าเป็นจุดหมุนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการต่อยหรือการเตะก็จะมีเอวเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งหมด ถ้าไม่บิดเอว ใช้แต่แรงแขนอย่างเดียว หมัดที่ออกไปก็จะช้า แต่ถ้าเราใช้เอวด้วย หมัดที่ออกไปก็จะเร็วมากขึ้น ในการแข่งขันดังกล่าว ผู้ที่แข่งขันในระดับสายต่ำ ประเภทไม่มีประสบการณ์ทุกคนจะต้องสวมอุปกรณ์ป้องกันศีรษะและนวม สำหรับเกราะป้องกันตัว ใครจะสวมหรือไม่สวมก็ได้ ผมก็รู้สึกดีใจกับเหรียญเงินที่ได้มา เพราะว่าผมได้ทำอย่างเต็มที่และสุดความสามารถแล้วครับ
ทั้งสองคนได้ฝากข้อคิดเกี่ยวกับกีฬาคาราเต้-โดไว้ว่า สำหรับคนที่เรียนคาราเต้-โดอยู่แล้ว ขอให้ตั้งใจเรียนและฝึกฝนท่าพื้นฐานให้มาก ๆ เพราะว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของคาราเต้ ส่วนคนที่ไม่เคยเรียนก็ขอให้ลองเข้ามาสัมผัสดูก่อนว่าชอบหรือเปล่า กีฬาคาราเต้-โดไม่ได้เป็นกีฬาที่เน้นใช้ความรุนแรง ไม่ได้แบ่งแยกว่าจะต้องเป็นชายหรือว่าเป็นหญิง เป็นคนตัวสูงใหญ่หรือคนไม่มีแรง เป็นกีฬาที่ทำให้คนตัวเล็กเอาชนะคนตัวใหญ่ได้ เป็นกีฬาที่สามารถออกกำลังกายและในขณะเดียวกันยังสามารถใช้ป้องกันตัวเองและคนที่เรารักได้อีกด้วย ถ้าใครสนใจที่จะแข่งขันก็สามารถไปแข่งขันได้ เพราะว่ากีฬานี้ เป็นทั้งกีฬาที่ป้องกันและเป็นกีฬาต่อสู้ ผมจึงขอเชิญชวนให้ลองเข้ามาสัมผัสดู อาจจะมีการเจ็บตัวบ้าง เมื่อยบ้าง แต่ถ้าผ่านท่าพื้นฐานได้ เราก็สามารถทำได้เหมือนกับรุ่นพี่ในชมรมคาราเต้-โดครับ